สืบนครบาล รวบแก๊ง “ทางเดินเสือ” ปล้น-ฆ่า ค้าปืนรายใหญ่ย่านหนองจอก

View icon 1.3K
วันที่ 8 เม.ย. 2567 | 14.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สารวัตรแจ๊ะ นำทีมสืบนครบาล เกาะติด 36 ชั่วโมง ทลายซุ้มโจรเบอร์ 1 แห่งหนองจอก รวบ 3 เสือแก๊ง “ทางเดินเสือ” พร้อมสมุน ร่วมกัน ปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าปืน หลังหนีรอดนับครั้งไม่ถ้วน พร้อมส่งจดหมายเย้ยตำรวจ “จับผมไม่ได้หรอก”

วันนี้ (8 ม.ค.67) พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ปราบ “แก๊งทางเดินเสือ” หลังมีประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนถูกแก๊งดังกล่าวตระเวนก่อเหตุปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ โดยพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาแก๊งทางเดินเสือ จะตระเวนก่อเหตุปล้น-ฆ่า-ค้ายา-ค้าอาวุธ โดยเป็นพ่อค้าอาวุธปืนรายใหญ่ในย่านหนองจอก พบประวัติการขายอาวุธปืนเถื่อนแล้วกว่า 2,000 กระบอก จนเป็นที่หมายหัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ แต่ทั้งหมดสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แล้วยังมีการฝากจดหมายน้อยมาเยอะเย้ยตำรวจว่า “จับผมไม่ได้หรอก” แต่ล่าสุดมีเบาะแสจากสายข่าวพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ซุ่มอยู่ละแวก ร้านสะดวกซื้อ ย่านถนนเรียบวารี คาดว่าจะมีการปล้นเกิดขึ้นแน่ จึงส่งชุดสืบสวนพิเศษลงพื้นที่เฝ้าติดตามจุดที่น่าจะมีการปล้นเกิดขึ้น

กว่า 36 ชั่วโมงที่ชุดสืบสวนกินนอนและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนรถ จนกระทั่งวันที่ 8 เม.ย. 67 เวลาประมาณ 03.30 น. ชุดสืบสวนเห็นรถต้องสงสัยจอดซุ่มและมีการปล่อยคนลงไปดูลาดเลาในร้านสะดวกซื้อ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. หรือสารวัตรแจ๊ะ จึงนำกำลังเข้ารวบตัว 2 ลูกสมุนของหัวหน้าแก๊งไว้ได้ ก่อนจะนำตัวบุกไปเข้าค้นเซฟเฮ้าส์ลับย่านหนองจอก ที่ “ไอ้เสือ” หัวหน้าแก๊งกบดานอยู่ เมื่อชุดสืบสวนไปถึง ไอ้เสือไหวตัวทัน กระโดดปีนกำแพงหลังบ้านหนีชุดสืบสวนเข้าไปในป่ากบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามไล่ล่าไปอย่างกระชั้นชิด สุดท้ายไอ้เสือหนีไม่รอด เพราะได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดปีนกำแพง ทำให้ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้ จากการตรวจค้นในเซฟเฮ้าส์พบปืนเถื่อน 9 กระบอก และสามารถจับกุมตัวคนร้ายในเซฟเฮ้าส์ได้ทั้งสิ้น 6 คน ได้แก่ 1.นายณัฐวุฒิ หรือไอ้เสือ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.1352/2566 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 66 ข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันลักทรัพย์” ประวัติการก่อคดีมาอย่างโชกโชน พ.ศ.2563 ก่อเหตุ “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ”, พ.ศ. 2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1ฯ”, พ.ศ.2564 ก่อเหตุ “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”, พ.ศ.2566 ก่อเหตุ “ร่วมกันพยายามฆ่า , ร่วมกันลักทรัพย์” (ตามหมายจับ) หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

2.นายนว หรือเสือเก๋า อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค. 67 ข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ” พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับ นายอารักษ์ฯ (กี้) ก่อคดี ปล้น-ฆ่า-ฉ้อโกง-อาวุธปืน มาหลายคดีและหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

3.นายอารักษ์ หรือเสือกี้ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.341/2567 ลงวันที่ 4 มี.ค. 67 ข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ” พบเบาะแสว่าเคยร่วมกับ นายนวฯ (เก๋า) ก่อคดี ปล้น-ฆ่า-ฉ้อโกง-อาวุธปืน มาหลายคดีและหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

4.นายบูรพา หรือภู อายุ 20 ปี, 5. น.ส.ปริษา หรือสา อายุ 19 ปี และ 6.น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี โดยทั้ง 6 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ในชั้นจับกุม นายนว และนายอารักษ์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า พวกตน 2 คนเป็นเพื่อนกับ นายเสือ หัวหน้าแก๊ง มาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม ก่อนจะแยกย้ายกันไปและโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งเมื่อทุกคนอายุได้ประมาณ 17 ปี ซึ่งในขณะนั้นพวกของตนได้เริ่มเกเรและมักจะมีเรื่องกับกลุ่มคู่อริต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เริ่มสนใจเก็บสะสมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จนเมื่อประมาณต้นปี 2566 นายนว ได้เคยสั่งซื้ออาวุธปืนจากทางออนไลน์ และกำลังจะเดินทางไปรับพัสดุ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมได้พร้อมกับของกลางเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก ทำให้ต้องโทษคดีเป็นครั้งแรก และเข้าไปอยู่ในเรือนจำประมาณ 10 วัน ก่อนจะได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีจนถึงปัจจุบัน 

หลังจากนายนว ได้ประกันตัวออกมา ก็กลับมารวมกลุ่มกันตั้งแก๊ง “ทางเดินเสือ” โดยมีนายเสือ เป็นหัวหน้าแก๊ง และได้เริ่มสะสมอาวุธปืนมากขึ้น โดยจะสั่งซื้อจากทางออนไลน์ในราคากระบอกละ 500 – 2,000 บาท และบางครั้งก็จะใช้วิธีการ “ตบ” หรือยึดปืนเอาจากคนอื่นมาเป็นของตน และนำไปขายต่อในราคาประมาณกระบอกละ 5,000 – 20,000 บาท ในช่วงพีกเคยมีรายได้จากการขายปืนมากสุด เดือนละประมาณ 20,000 บาทต่อคน ส่วนอาวุธปืนของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้วันนี้ เป็นปืนของสะสมของนายเสือ นายนว และนายอารักษ์

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ หรือเสือ และผู้ต้องหาอีก 3 คน ยังปากแข็ง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นใดในการค้าขายอาวุธปืนเถื่อนมาก่อน ซึ่งภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า เราไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้าย เพราะคนร้ายกลุ่มแก๊งนี้ ถือได้ว่าเป็นภัยร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในละแวกดังกล่าว ซึ่งอาวุธปืนเถื่อน ถือเป็นสารตั้งตนที่อาจนำไปสู่หายนะ หรืออาชญากรรมที่รุนแรงได้ จนมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนผ่านเพจสืบนครบาล ให้จัดการโดยเร่งด่วน ผมจึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ว่าหากพบเห็นการซื้อขายปืนเถื่อนหรืออาวุธในโลกออนไลน์และหากท่านทราบเบาะแสโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง