ชาวบ้านประท้วงต้านกากแคดเมียม กลับมาฝังกลบ จ.ตาก

View icon 57
วันที่ 17 เม.ย. 2567 | 11.42 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชาวบ้านที่จังหวัดตาก ประท้วงการนำกากแคดเมียมกว่า 12,500 ตัน กลับมาฝังกลบในบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม โรงถลุงแร่สังกะสี

ชาวบ้านประท้วงต้านกากแคดเมียม กลับมาฝังกลบ จ.ตาก
ชาวบ้าน และเกษตรกร ในอำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ไปยื่นหนังสือกับ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ ในขณะที่ คณะของกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะกรรมาธิการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ไป เข้าตรวจสอบความพร้อมบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ของโรงถลุงแร่สังกะสี เป็นบ่อซีเมนต์ที่ถูกเปิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้จะต้องเตรียมการรองรับ เตรียมพร้อมนำกากแคดเมียมกลับมาอยู่ที่เดิม ตามที่ กระทรวงอุตสาหกรรม มีแผนจะเริ่มขนย้ายตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป และจะใช้เวลาขนย้ายถึง 36 วัน

ชาวบ้านแสดงจุดยืนประท้วงไม่ให้นำกากแคดเมียมกลับมาฝัง โดยขอให้พิจารณารายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ เพื่อป้องกันการรั่วไหล ทางดิน และน้ำ ให้ดีก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ขณะนี้ไม่มีมาตรการความปลอดภัยใด ๆ ให้เชื่อมั่น ทั้งการป้องกันอันตรายการขนย้าย และนำกลับมาฝังกลบ ที่ต้องและให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมตรวจสอบทุกขั้นตอน เพราะปริมาณกากแคดเมียมไม่ใช่น้อย เป็นกองมหึมากว่า 12,500 ตัน ที่ได้ขายไปแล้ว กระจายไปอยู่ที่โรงงาน และโกดังในจังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี และบางซื่อ กทม.

เรื่องนี้ขอให้มีผู้รับผิดชอบการลักลอบขนกากแคดเมียมไปขาย ไม่ใช่ให้ชาวบ้านที่จังหวัดตาก ต้องรับกรรม กรณีถ้าเกิดการรั่วไหลขึ้นมา เสี่ยงโรคร้าย และสำคัญคือ แคดเมียมถือเป็นสารอันตราย ถ้าฟุ้งกระจายเป็นสารก่อมะเร็งด้วย

ชี้แจงตรวจนับกากแคดเมียม
ขณะที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. ตัวแทนจาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เข้าพบตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลจากกรณีที่เกิดขึ้น แต่ขอไม่ให้รายละเอียดกับสื่อมวลชน

ก่อนที่ทีมข่าวจะสอบถามกับ พลตำรวจตรี วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการ ปทส. ได้ข้อสรุปว่า มีการดำเนินคดีกับผู้ครอบครองกากแคดเมียม แยกออกเป็น 5 คดี ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร 3 คดี, จังหวัดชลบุรี 1 คดี และกรุงเทพมหานคร 1 คดี

ส่วนที่ตัวแทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครมา เพื่อชี้แจงว่า กากแคดเมียมที่พบนับแบบใด มีรายละเอียดอย่างไร รวมถึงเรื่องของกลาง 13,800 ตัน ที่เหลือเพียงกว่า 12,500 ตัน คาดว่าเพราะความชื้นที่ระเหยออกไปในอากาศ ทำให้น้ำหนักเกิดการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าของกลางจริง ๆ ตามยึดได้หมดแล้ว

ส่วนเรื่องการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งจะต้องตรวบสอบตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่โรงงานจังหวัดตาก ว่าใครเป็นคนอนุญาตให้ขนย้าย มีเอกสารการขนย้ายถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจนขณะนี้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ยังไม่แจ้งความร้องทุกข์บริษัทต้นเรื่อง ส่วนที่จะให้ขนย้ายกากแคดเมียมกลับไปยังหลุมฝังกลบ คาดว่าจะย้ายได้เร็วที่สุด 7 พฤษภาคม

ส่วนกำหนดนัดสอบปากคำ นายเจษฎา ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ในช่วงบ่าย จะสอบถามให้แน่ชัดเรื่องการขนย้ายกากแคดเมียมไปไว้จุดอื่นหรือไม่ หาก นายเจษฎา ไม่มาตามนัด ก็จะพิจารณาออกหมายจับต่อไป

กมธ.อุตสาหกรรมฯ จี้เอาผิดเจ้าหน้าที่เอี่ยวขนกากแคดเมียม
ขณะที่ คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.รวมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน เชิญ 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกากแร่แคดเมียม ชี้แจงความคืบหน้าดำเนินการด้านต่าง ๆ ทั้งการขนย้ายกากแคดเมียมคืนแหล่งเดิม จังหวัดตาก หลังประชาชนกังวลและคัดค้านการเคลื่อนย้ายกากไปฝังกลบ ทั้งนี้เพื่อให้การเคลื่อนย้ายที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ให้ฟุ้งกระจาย และรั่วไหล

รวมถึงความคืบหน้าสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดที่รับผลประโยชน์ และทำผิดกฎหมายจากการขนย้ายกากแคดเมียมมาลงโทษให้ได้ เบื้องต้นเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ และมีเอี่ยวกับนายทุนจีนสีเทาด้วย

ส่วนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย โดย คุณมานะ นิมิตรมงคล ก็ชวนประชาชนร่วมกันติดตาม 2 คดีคอร์รัปชัน หนึ่งคือเรื่องขุดย้ายกากแคดเมียม ว่าเจ้าของเหมือง โรงหลอม ข้าราชการ นักการเมือง จะมีใครถูกลงโทษอย่างสาสมหรือไม่

อีกเรื่องคือ สาวไส้ตำรวจใหญ่ 2 ขั้วอำนาจ ที่ความผิดหลักคือไม่รักษากฎหมาย หาผลประโยชน์ ฟอกเงิน และยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ