ยายร่ำไห้ เจอแก๊งทวงหนี้โหดใช้มือถือตบหน้า ขู่พังร้าน

View icon 40
วันที่ 8 พ.ค. 2567 | 06.05 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เรื่องนี้ฝากไปถึงรัฐบาลที่ประกาศวาระแห่งชาติ เรื่องแก้หนี้ทั้งในและนอกระบบ ถึงตอนนี้การทวงหนี้โหดยังมี เหตุการณ์นี้ แก๊งทวงหนี้ใช้โทรศัพท์ตบหน้ายายอายุ 75 ปี กระชากเสื้อจนล้ม พังข้าวของที่ร้าน ก่อนไปยังถ่มน้ำลายใส่ แถมข่มขู่ว่าถ้าไม่ได้เงิน เปิดร้านวันไหนก็จะมาพังอีก 

นี่คือเหตุที่เกิดขึ้นกับ นางสุพัตรา หรือ ยายสุข อายุ 75 ปี แม่ค้าขายข้าวไข่เจียว ที่ขายอยู่บริเวณอาคารบางใหญ่ซิตี้ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้ถูกชายไม่ทราบชื่อ 2 คน ขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อ สีขาว ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาจอดที่หน้าร้าน ก่อนจะเดินเข้ามาทวงเงินที่หน้าร้าน พอตนบอกไปว่า ไม่มี จะไปเอามาจากไหนตอนนี้ ก็ถูกโทรศัพท์มือถือตบเข้าที่หน้าอย่างแรง 1 ครั้ง จนฟกช้ำ แล้วกระชากเสื้อจนล้มลง พร้อมท้าให้ไปแจ้งความที่โรงพัก และพยายามดึงตัวยายสุขขึ้นรถ แต่ยายสุขขัดขืนไม่ยอมไปเพราะกลัวว่าจะถูกพาไปทำร้ายที่อื่น ชายกลุ่มนี้จึงปัดจานข้าวของลูกค้า และพังข้าวของที่ร้านจนเละเทะ ก่อนถ่มน้ำลายใส่ พร้อมข่มขู่ว่าถ้าเปิดร้านอีกก็จะเข้ามาพังร้านอีก

สำหรับสาเหตุที่ถูกชายกลุ่มนี้มาทวงนี้ ยายสุขเล่าว่า เคยไปกู้เงินนอกระบบมาจำนวน 5,000 บาท ส่งดอกลอยกับคนชื่อ ก้อง ซึ่งเป็นคนนำเงินมาปล่อยกู้กับคนแถวนี้ ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2566 โดยจ่ายค่าดอกเบี้ยอย่างเดียววันละ 100 บาท ไม่รวมเงินต้น ตนได้ส่งดอกทุกวันมาตลอด จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมของปีที่แล้ว รัฐบาลมีโครงการประนอมหนี้ ตนจึงได้นัดเจ้าหนี้ไปศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้เขายกเลิกดอกเบี้ยให้ และจะขอจ่ายเงินต้น เพราะที่ผ่านมาจ่ายดอกทุกวัน รวมแล้วเกือบ 20,000 บาท แต่ทางเจ้าหนี้ไม่ยอมมาตกลงและไม่ได้เข้ามาเก็บเงิน ตนจึงไม่ได้ส่งดอกตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งมาถูกทวงหนี้และขู่พังร้านดังกล่าว 

ทั้งนี้ นอกจากยายสุขยังต้องขายอาหารหาค่าเช่าห้อง ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟแล้ว ทุกวันนี้ต้องหาเงินเลี้ยงลูกชายอายุ 50 ปี ที่พิการขาขวาขาด เพียงลำพัง บางวันขายของได้ไม่ดี ยอมรับว่ามีไปกู้เงินเจ้าอื่นด้วย แต่เจ้าหนี้คนอื่นเข้าใจ ให้ส่งวันละ 20-50 บาท วันไหนไม่มีก็บอกเขา เขาก็ไม่เคยมาหาเรื่องหรือมาทำลายข้าวของแบบนี้