นายกฯ กำชับกระทรวงเกษตรฯ และ อปท.ทุกแห่ง นำรูปแบบการใช้เทคโนโลยีด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมบำบัดน้ำเสียตามแนวพระราชดำริ ไปปรับใช้ในพื้นที่ ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน
วันนี้ (13 พ.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยเยี่ยมชมเทคโนโลยีการกำจัดขยะ การบำบัดน้ำเสีย และปลูกป่าชายเลน โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ตำบลแหลมผักเบี้ย พื้นที่ 1,200 ไร่ เพื่อศึกษาวิจัยค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไขการบำบัดน้ำเสียและขยะชุมชนภายใต้กระบวนการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ พร้อมร่วมปลูกต้นโกงกางใบใหญ่ ปลูกแล้วไม่มีตาย รอด 100% เพื่อคงไว้ซึ่งสภาพป่าสามารถดูดซับน้ำทะเล และลดการเกิดอุทกภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ใกล้เคียง
โดยจากการดำเนินการในช่วง 33 ปีที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในจังหวัดเพชรบุรีได้โดยมีคุณภาพของแม่น้ำเพชรบุรีดีขึ้น และระบบนิเวศโดยรอบในพื้นที่โครงการมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีสัตว์น้ำธรรมชาติ หอย และนกอพยพ เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย เกิดผลดีกับทั้งระบบสิ่งแวดล้อม และเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจด้วย
สำหรับเทคโนโลยีในการกำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียชุมชน และการกำจัดขยะมีทั้งหมด 5 ระบบ ได้แก่ 1. ระบบบ่อบำบัดน้ำเสียซึ่งจะกักพักน้ำเสียไว้ 7 วัน อาศัยรังสียูวีฆ่าเชื้อโรคก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ 2. ระบบพืชและหญ้ากรองน้ำเสียซึ่งพืชจะช่วยดูดซับธาตุอาหารจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินจะใช้ระยะเวลา 45 วัน สามารถนำหญ้าใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ 3. ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมเป็นการปล่อยน้ำเสียขังในแปลงพืชที่ระดับความสูง 30 เซนติเมตรจากพื้นผิวดินใช้เวลากักพักน้ำ 1 วัน พืชจะค่อยค่อยดูดซับของเสียออกและสามารถนำตัดพืชไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้ 4. ระบบแปลงพืชป่าชายเลนเป็นการบำบัดน้ำเสียโดยใช้ป่าชายเลนอาศัยการเจือจางระหว่างน้ำเสียกับน้ำทะเล ซึ่งระบบรากของพืชป่าชายเลนจะช่วยในการเติมก๊าซออกซิเจนให้กับน้ำเสียและจุลินทรีย์ในดิน 5. กล่องคอนกรีตกำจัดขยะใช้กับเก็บเพื่อลดขยะในชุมชนและสามารถหมักให้กลายเป็นปุ๋ยได้ภายใน 30 วัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการพระราชดำริซึ่งได้ไปดูโครงการมาหลายที่ไม่ว่าจะเป็นหนองวัวซอ ที่จังหวัดอุดรราชธานี โครงการบ้านไร่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และโครงการภูพาน ที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งได้เรียนรู้มาพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องโครงการในพระราชดำริว่ามีประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก
“ขอชื่นชมเทศบาลเมืองเพชรบุรีที่เอาใจใส่ดูแลการบำบัดน้ำ ส่งผลเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส่วนท้องถิ่น นำรูปแบบเทคโนโลยีด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริปรับใช้กับภารกิจขององค์กรเพื่อลดต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำเสียทั้งภาคเกษตรกรรมอุตสาหกรรมและครัวเรือน” นายกฯ กล่าว