อากาศร้อนกระทบชาวสวนยางอย่างหนัก น้ำยางหดหายเกินครึ่ง ต้นยางหน้าตายนึ่ง รายได้หด

อากาศร้อนกระทบชาวสวนยางอย่างหนัก น้ำยางหดหายเกินครึ่ง ต้นยางหน้าตายนึ่ง รายได้หด

View icon 42
วันที่ 16 พ.ค. 2567 | 10.55 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (16 พ.ค.67)  จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรหลายพื้นที่ เกษตรกรชาวสวนยางทุกอำเภอทั้งจังหวัด ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อากาศที่ร้อนจัดทำน้ำยางไหลน้อย หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาน้ำยางหดหายไปมากกว่าครึ่ง ถึงแม้ช่วงนี้ราคาจะดีโดยราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 72 บาท แต่รายได้ก็ยังน้อยเพราะไม่มีน้ำยาง

นางสาวจีรวรรณ เลนจง ชาวสวนยางพาราในพื้นที่ ต.อุใดเจริญ เล่าว่า ปีนี้อากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้น้ำยางหดหายไปมากกว่าครึ่ง สามีของตนกรีดยางจ้าง 10 ไร่  ปีที่ผ่านมาในช่วงนี้ ได้น้ำยางประมาณ 70 กิโลกรัม ขายแล้วได้เงิน 1 พันกว่าบาท เมื่อแบ่งกับเจ้าของสวนจะมีรายได้อยู่ที่ 600-700บาท แต่ตอนนี้ยาง 10 ไร่ ได้น้ำยางแค่ประมาณ 30 กิโลกรัม เมื่อแบ่งกับเจ้าของสวนแล้วจะได้เงินจากการกรีดยางแค่ไม่เกิน 300 บาทต่อวัน ตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากค่าครองชีพสูง ข้าวของทุกอย่างราคาปรับขึ้น

เช่นเดียวกับนายจีระศักดิ์ โพธิปบดี เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง กล่าวว่า ปีนี้อากาศที่ร้อนบวกกับฝนทิ้งช่วงนานกว่า 4 เดือนแล้ว ส่งผลกระทบให้หน้ายางตายหนึ่ง ไม่มีน้ำยาง ตนเองกรีดยาง 6 ไร่ จำนวนประมาณ450 ต้น ตอนนี้หน้ายางตายนึ่งไปแล้วเกือบ 100  ต้น น้ำยางที่กรีดได้จากปกติทุกปีอยู่ที่ประมาณ 40-50 กิโลกรัมต่อวัน ขายได้เงินประมาณ 1,000 บาท  แต่ตอนนี้น้ำยางที่กรีดได้ต่อวันอยู่ที่ 15 กิโลกรัม ขายได้เงินประมาณ 300 กว่าบาท รายได้หายไปมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว ทำให้มีรายได้ไม่พอรายจ่าย ยิ่งกลางเดือนลูกก็เปิดเทอมอีก ค่าใช้จ่ายต้องมีไม่ว่าค่าเทอม ค่าชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ตอนนี้รอแค่ให้เข้าฤดูฝนคิดว่าน่าจะดีขึ้น น้ำยางน่าจะเพิ่มแต่คงต้องใช้เวลาประมาณ 2เดือน หากน้ำยางออกมาเหมือนปกติของทุกปีที่ผ่านมา ชาวสวนยางคงไม่เดือดร้อนเพราะตอนนี้ราคายางสูงกว่าทุกปี โดยราคาตอนนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 72 บาท ส่วนต้นยางที่หน้ายางตายนึ่ง คาดว่าน่าจะไม่สามารถกรีดได้อีกแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง