หนุ่มวัย 21 ปี รอจับใบดำใบแดง ถูกยิงใต้ราวนมหน้าที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ ดับสลด อีกรายถูกยิงที่ส้นเท้าอาการปลอดภัย รถชาวบ้านถูกลูกหลงเสียหาย 2 คัน ญาติผู้ตาย เผย น้องชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร ขี่รถ จยย.จากกรุงเทพฯ มาเกณฑ์ทหาร ตำรวจเร่งล่าตัวคนร้าย
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 5 เมษายน 2569 พ.ต.ต. ประพาษ เยินสูงเนิน สารวัตร (สอบสวน) สถานีตรวจภูธรขุขันธ์ ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงที่หน้าที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ มีคนบาดเจ็บ 2 ราย จึงรีบออกไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยกู้ภัย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อคือ นายนวกร หรือ ฟิล์ม อายุ 21 ปี ถูกยิงที่ใต้ราวนมข้างขวา และ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ถูกยิงที่ส้นเท้าด้านซ้าย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลขุขันธ์ไปก่อนแล้ว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์ 2 คัน คือ รถกระบะแบบแคปสีดำ สภาพมีร่องรอยถูกยิงตรงล้อแม็ก และรถกระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์ สภาพกระจกด้านหน้ามีรอยกระสุน 2 จุด และด้านข้างมีรอยกระสุนอีก 1 จุด
ขณะผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลขุขันธ์ พบว่าล่าสุด นายนวกร ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน นายเอ อาการปลอดภัยแล้ว
ผู้สื่อข่าวได้คุยกับ เจ้าของรถยนต์ที่ถูกยิง เปิดเผยว่า ขณะอยู่ที่จุดเกณฑ์ทหาร ได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีกระสุนปืนลูกหลงมาโดนรถของตนเอง กระทั่งมีน้องๆ ส่งภาพมาให้ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นในที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ โดยวันนี้ ตนได้พาหลานมาเข้ารับการตรวจเลือกทหาร (เกณฑ์ทหาร) จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังอยู่ในอาการตกใจ และแทบพูดไม่ออก อีกทั้งตนไม่มีคู่อริกับใคร และไม่ทราบสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้าน ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร และเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์มาจากกรุงเทพฯ กับแฟนสาว เพื่อเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน (เกณฑ์ทหาร) โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเรียกผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารให้เข้าไปด้านใน ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด เมื่อเสียงสงบลง จึงทราบว่าน้องชายของตน ซึ่งกำลังรอจับใบดำใบแดงถูกยิงเข้าที่บริเวณใต้ราวนมด้านซ้าย ก่อนจะมาเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำที่อุกอาจอย่างยิ่ง จึงขอวอนให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมหลักฐานในพื้นที่ ก่อนจะได้สอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และติดตามผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ โดยคาดว่าผู้ก่อเหตุมีประมาณ 2 ราย ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป