หมอเหรียญทอง เชื่อมีขบวนการจับตนติดคุก-สังหารในคุก

View icon 53
วันที่ 16 พ.ค. 2567 | 16.27 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - เหตุการณ์หมอเหรียญทอง ตบเด็กชาย 14 ปี ที่แอบสูบบุหรี่ และขยายไปสู่การพบซองบรรจุผงขาว ล่าสุดหมอเหรียญทอง เชื่อว่ามีขบวนการนักการเมืองล้มล้างการปกครอง ต้องการให้ตำรวจออกหมายจับตน ไปขังในคุก จากนั้นเกิดการสังหารในคุก

กรณีเด็กชาย 14 ปี ถูก พลตรีนายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ตบและสั่งแก้ผ้าออกจากโรงพยาบาล หลังแอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำของโรงพยาบาล และเมื่อวานนี้ แม่ของเด็กชาย 14 ไปรับเสื้อผ้า และโทรศัพท์มือถือ ที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเก็บไว้ แต่พบซองซิปล็อกสีขาวขนาดเล็ก บรรจุผงสีขาวไว้พร้อมกับหลอดขนาดเล็ก ซึ่งต่อมาเด็กชาย 14 ปี ยอมรับในช่วงเย็นวันเดียวกันว่าเป็นเฮโรอีน ที่ซื้อมาจากแถวบ้าน ซองละ 50 บาท

ความคืบหน้าวันนี้ ประมาณช่วงเที่ยง เฟซบุ๊ก Noppadol promprasit (นพดล พรมประสิทธิ์) ไลฟ์ภาพแฟนคลับเอฟซี หมอเหรียญทอง เดินทางไปมอบดอกไม้ให้กำลังใจหมอเหรียญทอง ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

ก่อนหน้านี้ หมอเหรียญทอง โพสต์เฟซบุ๊ก ข้อความดุเดือดเข้มข้นเหมือนเดิม โดยมี 2 ประเด็นสำคัญในโพสต์นี้

ประเด็นแรก หมอเหรียญทอง ระบุว่า มีนักการเมืองขบวนการล้มล้างการปกครอง ต้องการให้ตำรวจออกหมายจับตน แล้วชะลอการประกันตัว จากนั้นจะเกิดเหตุการณ์สังหารตนในคุก ซึ่งคนที่ต้องถูกจับกุมทันที ไม่ใช่ตน แต่เป็นเด็กชาย 14 ปี ซึ่ง หมอเหรียญทอง ใช้คำว่า "ไอ้กุ๊ยขยะสังคม" ที่เจอเฮโรอีนในกระเป๋ากางเกง แต่กลับไม่ถูกจับกุมในทันที ส่วนตนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แค่โทรศัพท์มา ก็เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

หมอเหรียญทอง ระบุด้วยว่า แม่ของเด็กชาย 14  ปี และนักการเมืองจากพรรคล้มล้างการปกครอง ต้องการจัดฉากนำนักข่าวมาทำข่าวรับสิ่งของส่วนตัว เมื่อเจอซองเฮโรอีน ล้วนหน้าเสียกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะนักข่าวรู้ดีว่านี่คือซองบรรจุผงยาเสพติด พร้อมทั้งอุปกรณ์การเสพยาคล้าย ๆ หลอดดูดยาคูลต์ จากนั้นทั้งแม่และคณะพยายามชี้แจงนักข่าว ในทำนองว่ามีการยัดข้อหา ยัดยาเสพติดให้แก่เด็กชาย 14 ปี

ส่วนประเด็นที่ 2 หมอเหรียญทอง ระบุว่า ใครก็ตามที่ใส่ความเท็จ ให้ร้ายว่าตนหรือบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ในทำนองยัดสารเสพติด ยัดข้อหาเด็กชาย 14 ปี เตรียมตัวรับหมายศาลกันถ้วนหน้า ตนจัดหนักสุด ๆ และนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป จะปฏิบัติการตีโต้ตอบแม่ของเด็กชาย 14 ปี ที่ปล่อยปละละเลยบุตรชาย สร้างปัญหาสังคม

ในท้ายโพสต์ของหมอเหรียญทอง มีหมายเหตุด้วยว่า ให้ผองเพื่อนพี่น้องที่ยังพร้อมรบกับตน เตรียมตัวไป สน.ทุ่งสองห้อง ในทันทีที่ตำรวจจับกุมตนโดยไม่ออกหมายเรียกล่วงหน้า และน้อง ๆ อดีตนักเรียนนายสิบรุ่นเหรียญทอง ให้ปฏิบัติการข่าว โดยเร่งด่วนในพื้นที่เขตบางซื่อ ซึ่งเป็นเขตไอ้กุ๊ยขยะสังคม และเขตหลักสี่ ให้มุ่งเป้าไปที่ขบวนการการเมืองและขบวนการค้ายาเสพติดในชุมชนแออัด

ต่อมา หมอเหรียญทอง ให้สัมภาษณ์ยืนยัน ไม่ได้ยัดยาในเสื้อผ้าของเด็ก 14 ปี ซึ่งส่วนตัวรู้สึกโกรธกับเรื่องดังกล่าว เพราะถือเป็นเรื่องเท็จ เสมือนใส่ร้าย หมิ่นประมาท ซึ่งจากนี้เตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่เผยแพร่ข่าว และใส่ร้าย เพราะทำให้ชื่อเสียงของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และตัวเอง รวมถึงบุคลากร เสียหาย

ส่วนประเด็นที่ ทนายรัชพล ศิริสาคร จะพาแม่และเด็กอายุ 14 ปี เข้าแจ้งความฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังตัวเองเรียกเด็กอายุ 14 ปี ว่า "ไอกุ๊ย" นั้น ไม่กังวลใจ และยินดีให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยสาเหตุที่เรียก เพราะไม่รู้จักชื่อ อีกทั้ง ความหมายของคำว่า กุ๊ย คือ คนพาล คนไม่รู้กาลเทศะ ซึ่งก็ตรงกับพฤติกรรมของเด็กอายุ 14 ปี

ในฟากฝั่งของเด็กชาย 14 ปี ทนายรัชพล ศิริสาคร พาครอบครัวเด็กชาย 14 ปี เข้าแจ้งความเอาผิดหมอเหรียญทองเพิ่มเติม ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังจากที่ หมอเหรียญทอง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ต่อว่าครอบครัวเด็ก 14 ปี โดยมีการเรียกว่า "ไอ้กุ๊ย", "ขยะสังคม" และ "ส้นตีน" เพราะหากตนเองไม่แจ้งความในข้อหานี้ อาจจะทำให้ หมอเหรียญทอง ไม่หยุดโพสต์ข้อความ และส่วนตัวมองว่า หมอเหรียญทอง มีวุฒิภาวะมากพอ เป็นผู้อาวุโส น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับใครหลายคนได้ ไม่น่าจะเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก เพราะมองว่าเป็นมวยคนละรุ่นแล้ว

ซึ่งเมื่อวานนี้ ทนายรัชพล แจ้งให้พนักงานสอบสวน พิจารณา 5 ข้อกล่าวหา คือ ทำร้ายร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพข่มขืนใจผู้อื่นถอดเสื้อผ้า อนาจาร ยักยอกทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว

ส่วนกรณีที่เด็กชายอายุ 14 ปี ยอมรับว่า มีสารเสพติดประเภทเฮโรอีนอยู่ในครอบครองนั้น ได้สอบถามกับเด็กชายอายุ 14 ปีแล้ว ซึ่งน้องยอมรับว่าเป็นการซื้อจากเพื่อน และทดลองเสพเป็นครั้งแรก ยืนยันว่าไม่ได้ติด ในส่วนนี้ตนมองว่าควรจะมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแล เพราะผู้เสพถือเป็นผู้ป่วย แต่หากไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล อาจทำให้ผู้เสพกลายเป็นผู้ค้าในอนาคตได้

โดยในส่วนของการครอบครองยาเสพติดนั้น ตนไม่ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือ แต่ให้คำแนะนำน้องว่า ให้รับสารภาพตามความเป็นจริง และเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งสารต้องสงสัยภายในซองพลาสติก ให้กับกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจตรวจแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลตรวจว่าเป็นสารเสพติดหรือไม่ หากพบว่าเป็นสารเสพติด จะต้องเชิญสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำเด็กอีกครั้ง ซึ่งหากเด็กรับสารภาพว่าซองดังกล่าวเป็นของเด็กจริง ก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนการดำเนินคดีกับ หมอเหรียญทอง พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตามพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายความผิดข้อหาใดบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง