ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตำรวจจับทีมสังหาร "เสี่ยดำ ช่องจอม" เจ้าของค่ายมวยดัง มือยิงเป็นอดีตนักโทษ เป็นเพื่อนรักกับคนตาย อ้างถูก เสี่ยดำ ขู่ฆ่า จึงชิงลงมือก่อน
ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และชุดสืบสวน สภ.กระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ จู่โจมจับกุม นายพงษ์ศักดิ์ หรือ แป๊ะ อายุ 55 ปี มือปืนที่ก่อเหตุจ่อยิง นายเปลี่ยนวิถี หรือ เสี่ยดำ ช่องจอม อายุ 56 ปี เจ้าของค่ายมวยที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ เสียชีวิตในรถตู้ที่มาจากประเทศกัมพูชา ระหว่างนำนักมวยมาชกในงานฉลองพัดยศ เจ้าอาวาสวัดหนองเต็ง ในอำเภอกระสัง เหตุเกิดช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตุ ตำรวจสืบสวนด้วยความยากลำบาก เนื่องจาก เสี่ยดำ เป็นผู้มีอิทธิพล ทำธุรกิจหลายอย่าง และคุมตลาดช่องจอมให้ เสี่ยใหญ่ ในสุรินทร์ เข้าออกกัมพูชาได้อย่างสบาย เพราะมีภรรยาเป็นชาวกัมพูชา และเป็นผู้ต้องหาฆ่ารองนายก อบจ.สุรินทร์ หนีคดีอยู่ประเทศเพื่อนบ้านจนหมดอายุความ แล้วกลับเข้ามาในไทย กระทั่งชุดสืบสวนรู้ว่าใครเป็นมือปืน ก่อนจะขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด
ระหว่างจับกุม นายแป๊ะ นอนอยู่ในบ้านพักกับภรรยา แต่ นายแป๊ะ ไหวตัว กระโดดออกทางหน้าต่างแล้ววิ่งหนี แต่ก็ไม่รอดถูกจับกุมไว้ได้ จากนั้นจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน คือ นายอนุพงศ์, นายวงศ์ และนายจักรกฤษ
ตำรวจคุมตัว นายแป๊ะ และ นายอนุพงศ์ ไปทำแผน นายแป๊ะ รับสารภาพว่าตนกับ เสี่ยดำ เป็นเพื่อนรักกันมาก่อน เคยค้าไม้พยูงเถื่อนส่งนอกประเทศด้วยกัน กระทั่งตนเองถูกจับในข้อหาค้าไม้ ศาลสั่งจำคุก 3 ปี และพ้นโทษมาเมื่อปี 2563 หลังจากนั้น เสี่ยดำ โทรศัพท์มาหา แต่ไม่ได้รับสาย ทำให้ เสี่ยดำ ไม่พอใจ กระทั่งภรรยาเป็นคนรับสายแทน เสี่ยดำ ขู่ผ่านภรรยาว่า จะฆ่ามาตลอด 4 ปี ทำให้ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย ประกอบกับแค้นที่ เสี่ยดำ กีดกันไม่ให้เข้าไปทำงานที่ด่านช่องจอม จึงไปซื้อปืนจาก นายหลุย ราคา 16,000 บาท และวางแผนฆ่า
โดยมี นายอนุพงศ์ ช่วยสะกดรอยตาม, นายวงศ์ เป็นคนขับรถเก๋งพาหนีต่อ และ นายจักรกฤษ เป็นคนรับฝากปืนขนาด .38 ที่ใช้ปลิดชีพ เสี่ยดำ
ตำรวจตั้งข้อหา นายแป๊ะ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง, พกพาปืนไปในเมือง ส่วน นายอนุพงศ์ ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น นายวงศ์ ข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วน นายจักรกฤษ ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง