ลิ้นจี่จักรพรรดิฝางและส้มสายน้ำผึ้งฝาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ของเชียงใหม่แล้ว

ลิ้นจี่จักรพรรดิฝางและส้มสายน้ำผึ้งฝาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ของเชียงใหม่แล้ว

View icon 140
วันที่ 11 มิ.ย. 2567 | 08.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (11 มิ.ย. 67) ที่ แปลงลิ้นจี่จักรพรรดิ บ้านโป่งถืบใน ม.15 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์สินค้าที่ได้ขึ้นทะเบียนรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI จ.เชียงใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ลิ้นจี่จักรพรรดิ และส้มสายน้ำผึ้งฝาง ผลไม้ชื่อดังของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์ไม้ผลอัตลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายของผู้บริโภค

โดย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ถือเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญและมีศักยภาพสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ “ลิ้นจี่จักรพรรดิ” และ “ส้มสายน้ำผึ้งฝาง” ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่ได้ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ให้มีคุณภาพดีและได้มาตรฐาน และได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา จนล่าสุด สินค้าเกษตรทั้ง 2 ชนิด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ สินค้า GI ของจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการประกาศขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับ “ลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง” เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ในพื้นที่ อ.ฝาง อ.แม่อาย และ อ.ไชยปราการ เนื่องจากต้องอาศัยสภาพอากาศที่หนาวเย็น มีลักษณะเด่น คือ มีผลใหญ่ คล้ายรูปหัวใจ ผิวเปลือกสีแดงอมชมพู เนื้อหนา เมล็ดมีขนาดเล็ก รสชาติหวานอมเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดในช่วงเดือนมิ.ย.

โดยในปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่มีน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ผลผลิตลดลงกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ไม่ค่อยหนาวเย็น อย่างไรก็ตาม ด้วยผลผลิตที่มีน้อย ส่งผลให้ตลาดมีความต้องการสูง ทำให้ในปีนี้ราคาลิ้นจี่จักรพรรดิจึงมีราคาสูงกว่าที่ผ่านมาถึง 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1 เท่าตัว จากเดิมที่ราคากิโลกรัมละประมาณ 50 บาท แต่ในปีนี้มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100-120 บาท ตามคุณภาพ โดยในปี 2566 ที่ผ่านมาสามารถสร้างมูลค่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ได้กว่า 1,150 ล้านบาท

ส่วน “ส้มสายน้ำผึ้งฝาง” เป็นผลไม้ที่ปลูกได้ในอำเภอฝาง มีลักษณะเด่น คือ เปลือกบาง ผิวเรียบเป็นมันเงา ผลกลมแป้น เมื่อสุกแล้วจะมีสีเหลืองอมส้มสวยงาม มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนมกราคม ปีที่ผ่านมาราคาส้มสายน้ำผึ้งฝางมีราคาค่อนข้างดี เฉลี่ยกิโลกรัมละ 35-50 บาท และสามารถสร้างมูลค่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ได้กว่า 5,760 ล้านบาท

โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อสินค้าเกษตรทั้ง 2 ชนิด ได้รับการประกาศเป็นสินค้า GI ของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการค้าและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือเกษตรกรให้ช่วยกันดูแลและรักษามาตรฐานของสินค้าให้ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง