สนามข่าว 7 สี - กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันทีที่ "ตำรวจน้ำ" รายงานว่า เรือดัดแปลงบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ที่ภายในยังมีน้ำมันเถื่อนรวมกว่า 300,000 ลิตร ที่ถูกอายัดไว้เป็นของกลางในคดีหายไป ระหว่างนำเรือออกจากฝั่ง เพราะสภาพอากาศในทะเลแปรปรวน
เรื่องนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง ออกแถลงการณ์ชี้แจงเป็นเอกสารว่า กรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งคำถามว่า เรือบรรทุกน้ำมันของกลาง 3 ลำ หายไปจริงหรือไม่ โดยเอกสารมีการชี้แจงยอมรับว่าเป็นความจริง พร้อมอธิบายที่มาที่ไปของเรือทั้ง 3 ลำนี้
1. เรือ เจ.พี. พร้อมของกลางน้ำมันเถื่อนประมาณ 80,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ จำนวน 7 คน
2. เรือซีฮอต พร้อมน้ำมันเถื่อนประมาณ 150,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ จำนวน 6 คน
3. เรือดาวรุ่ง พร้อมน้ำมันเถื่อนประมาณ 100,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ จำนวน 5 คน
เรือทั้ง 3 ลำ ถูกยึดเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา จู่ ๆ ได้สูญหายไปจากจุดทิ้งสมอในระยะปลอดภัย ระยะห่างจากสะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นของกลางที่มีตำรวจ 3 หน่วยงาน ได้แก่ บก.ปอศ., ตำรวจกองปราบ และ ตำรวจน้ำ ร่วมกันสืบสวนจับกุม และส่งของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่ท่าเทียบเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ซึ่งข้อมูลทางการสืบสวน ระบุว่า เรือที่หายไปเป็นของเครือข่าย "เสี่ยโจ้ ปัตตานี" เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ (หลบหนีหมายจับคดีน้ำมันเถื่อนหลายคดีอยู่ต่างประเทศ) ประกอบด้วย เรือบรรทุกน้ำมัน ขนาด 80,000 ลิตร 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมัน ขนาด 150,000 ลิตร 1 ลำ พร้อมน้ำมันเถื่อนที่ยังหลงเหลืออยู่บนเรือรวมความจุกว่า 310,000 ลิตร
ทีมสนามข่าวสอบถามเรื่องนี้กับทาง พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า ตามข้อมูลที่ได้รับรายงาน ระบุว่า สาเหตุเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ที่ในวันเกิดเหตุ 11 มิถุนายน เกิดคลื่นลมแรงตรงตามประกาศเตือนให้ระวังอันตรายของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา
ตำรวจน้ำที่ประจำการอยู่จึงมีคำสั่งให้นำเรือของกลางลอยทะเลออกห่างจากท่าเรือ เพื่อป้องกันความเสียหาย เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. กระทั่งเวลาประมาณ 20.11 น. แสงไฟที่เห็นบนเรือก็เริ่มดับลง และไม่พบสัญญาณไฟหลงเหลือแล้วตอน 22.00 น. กระทั่ง 06.00 น. ของเมื่อวาน ถึงมีการยืนยันว่า เรือของกลางในคดีหายไป 3 ลำ และเหลือเพียงเรือ 2 ลำ ที่ไม่มีน้ำมันบรรทุกอยู่ จึงเป็นเหตุให้ช่วงบ่ายวันนี้จะต้องเดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีเรือหายที่ กองบังคับการตำรวจน้ำ ด้วยตัวเอง ยืนยันว่า ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ได้พยายามดำเนินการแกะรอย และตามหาเรือที่สูญหายแล้ว
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เรื่องนี้ทาง พลตำรวจตรี พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด และหาผู้กระทำผิดมารับผิดชอบ เนื่องจากของกลางหายเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะอยู่ในความควบคุมของตำรวจ โดยมีรายงาน วันนี้ (13 มิ.ย.) จะไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ ที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยสั่งการให้เร่งหาลูกเรือมาสอบสวน