เช้านี้ที่หมอชิต - การเดินทาง 23 ปี ของ "สมรสเท่าเทียม" จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2544 กระทรวงมหาดไทย สมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร เรื่องกฎหมายที่สร้างความเท่าเทียมกับทุกเพศ แต่สังคมต่อต้านอย่างหนัก เรื่องนี้เลยไม่ถูกขับเคลื่อนต่อ
จากนั้น 11 ปี ถัดมา ปี 2555 ในรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีคู่รักเพศหลากหลาย ต้องการจดทะเบียนสมรส แต่ถูกปฏิเสธ ก็เลยไปเรียกร้องหน่วยงานรัฐ จึงเริ่มมีการร่างกฎหมาย พ.ร.บ.คู่ชีวิต ขึ้น
ปี 2556 โลกตะวันตก มี พ.ร.บ.คู่ชีวิต ขึ้นมา ทำให้รัฐบาลไทยเริ่มผลักดัน พ.ร.บ.ชีวิตคู่ อีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เพราะถูกมองว่า สิทธิประโยชน์ไม่เท่าคู่รักชาย-หญิง
ต่อมา ปี 2563 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ สมรสเท่าเทียม จึงมีการร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ขึ้น
และเดือนมิถุนายนในปีเดียวกัน พรรคก้าวไกล เสนอร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ต่อสภาฯ และที่สุดก็ได้บรรจุเข้าระเบียบวาระ นับเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
แต่ตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่า กฎหมายฉบับนี้ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตลอด ด้วยเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้กฎหมายถูกตีตกไป
กระทั่ง รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ถูกหยิบยกเข้าสภาฯ และผ่านการพิจารณาจากสภาฯ ครบทั้ง 3 วาระ ภายในระยะเวลา 3 เดือนเศษ และส่งไม้ต่อให้ สว. ซึ่งกำลังจะพิจารณาในวันนี้ ซึ่งมีการแก้ไขถ้อยคำเพียงเล็กน้อย ไม่ทำให้สาระสำคัญของกฎหมายเปลี่ยนไป เชื่อว่าจะผ่านฉลุย
โดย กรรมาธิการ ของ สว. เห็นว่ากฎหมายควรบังคับใช้หลังจาก 120 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะต้องให้เวลากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมระเบียบ และเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมที่สุด
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี จะเปิดทำเนียบรัฐบาล จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ในวันอังคารที่18 มิถุนายนนี้ ซึ่งไทยนับเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย
ซึ่ง ตัวแทนนายกรัฐมนตรี จะไปร่วมขบวนพาเหรด หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bacc) เพื่อเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ โดยจะมีทั้งการแสดงแดรกโชว์ การแสดงดนตรี การรวมตัวกันของคู่รักที่มีความหลากหลานทางเพศที่จะเป็นอนาคตของครอบครัวภายใต้สมรสเท่าเทียมนี้ พร้อมทั้งจะมีการประกาศถ้อยแถลงชัยชนะของการสมรสเท่าเทียมกัน และมีการเปิดสัญลักษณ์สมรสเท่าเทียมกัน อีกด้วย