คดีน้ำมันเถื่อนยังไม่มีชื่อเสี่ยโจ้ รองอธิบดีอัยการเล็งบินสอบพิกัด “อ่าวไทยจัสมิน”

คดีน้ำมันเถื่อนยังไม่มีชื่อเสี่ยโจ้ รองอธิบดีอัยการเล็งบินสอบพิกัด “อ่าวไทยจัสมิน”

View icon 318
วันที่ 18 มิ.ย. 2567 | 15.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รองอธิบดีอัยการ ประชุมทีมสอบสวนคดีน้ำมันเถื่อน เล็งบินสอบพิกัด “อ่าวไทยจัสมิน” จุดจับกุมเรือน้ำมันเถื่อน ตอนนี้ในสำนวนยังไม่ปรากฎชื่อ "เสี่ยโจ้" แต่มีชื่อบุคคลอื่น สั่งการเพียงคนเดียวผ่านโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม ให้เรือล่องไปในทิศทางใด

วันนี้ (18 มิ.ย.67) นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์’ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เปิดเผยว่า การประชุมหารือในวันนี้ ได้ความคืบหน้าในการสอบสวนร่วมกัน ว่าจะต้องไปสอบสวนพยานหลักฐาน หรือเก็บพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติมบ้าง ซึ่งมีหลายประเด็นที่จะต้องสอบสวนเพิ่ม ส่วนจะออกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากสอบสวนพบว่าเจ้าของเรือเป็นใครจะต้องดำเนินคดีแน่นอน 

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่อยู่เรือ จะต้องถูกดำเนินนคดี 2 เรื่อง คดีแรกเป็นคดีที่ได้กระทำความผิดถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 67  และคดีที่ 2 คือกรณีเรือหาย ซึ่งจะมีการควบคุมตัวและอายัดตัว ส่วนลูกเรือ 2 คน ที่ไม่มาพบพนักงานสอบสวน ตำรวจได้เพิกถอนประกันแล้ว เรียกให้มาพบเจ้าพนักงาน เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร

สำนวนการสอบสวนที่ได้รวบรวมมาวันนี้ ยังไม่ปรากฏชื่อ ‘เสี่ยโจ้’ แต่ปรากฏชื่อเล่นบุคคลอื่น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของเรือที่แท้จริง ที่ผ่านมาปรากฏชื่อบุคคลคนเดียว เป็นผู้สั่งการให้เรือล่องไปทิศทางใด สั่งการผ่านทางโทรศัพท์ดาวเทียม ทั้งนี้หากเกี่ยวพันโดยตรงเป็นผู้ดำเนินการสั่งการให้กระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย ส่วนจะเป็นผู้ใช้หรือตัวการร่วมจะต้องพิจารณาอีกครั้ง  พยานหลักฐานถึงใครต้องดำเนินคดี แต่ถ้าหลักฐานไปไม่ถึงก็ต้องสั่งไม่ฟ้อง

นายวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า การประชุมในวันนี้ได้หารือว่า คดีน้ำมันเถื่อนมีการกล่าวหาว่า พยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.สรรพสามิต ซึ่งเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ชุดสอบสวนอาจต้องไปดูจุดจับกุมเรือดังกล่าว บริเวณที่เรียกว่า “อ่าวไทยจัสมิน” ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสาน ซึ่งจะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์บินดูพิกัด เพื่อให้ได้ความจริงกระจ่างชัด ชุดสอบสวนจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้กระทำความผิด ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ ทั้งนี้จะต้องสอบสวนให้ละเอียดรอบคอบเพื่อให้ปราศจากข้อสงสัย ก่อนเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี 

ส่วนประเด็นน้ำมันของกลางในคดีหาย นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ปกติของคดีน้ำมันเถื่อน จะนำน้ำมันที่พบไปตรวจพิสูจน์ ซึ่งทราบจากพนักสอบสวน ตั้งแต่แรกก่อนที่จะเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ที่รายงานว่ามีการตรวจสอบน้ำมันจากแหล่งที่มาแล้ว ทำให้เบาใจได้ว่ามีบันทึกการตรวจสอบน้ำมันเรียบร้อย และมีการถ่ายภาพไว้ เพราะน้ำมันมีผลต่อการสอบสวนเหมือนกันว่าน้ำมันมาจากไหน จากในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งจะต้องพิสูจน์ทราบ นอกจากนี้จะต้องสืบหาว่าใครเป็นเจ้าของเรือที่แท้จริง เพราะคนที่โดนจับ อาจยังไม่พูดอะไร และอาจให้การไปไม่ถึง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง