ภาพเก่าเล่าเรื่อง : ย้อนวีรกรรม บุกเดี่ยวถล่มศาลสงขลา ชิงตัวผู้ต้องขัง

ภาพเก่าเล่าเรื่อง : ย้อนวีรกรรม บุกเดี่ยวถล่มศาลสงขลา ชิงตัวผู้ต้องขัง

View icon 198
วันที่ 23 มิ.ย. 2567 | 18.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2533 ช่วงเช้าวันนั้นเกิดเหตุการณ์สุดบ้าระห่ำ น้องชายแท้ๆ ถือปืนเข้าไปในศาลจังหวัดสงขลา บุกชิงตัวพี่ชาย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด ปลอมบัตรข้าราชการกระทรวงกลาโหม ปลอมตัวเป็น ส.อ.สังกัดกองรบพิเศษ และค้าอาวุธสงคราม

ในวันดังกล่าวขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา 2 นาย คุมตัว นายสุพล ผู้ต้องหาไปขึ้นศาลจังหวัดสงขลา พบกับทนายตามคำร้องขอ ระหว่างนั้นเกิดเหตุหม้อแปลงหน้าศาลจังหวัดสงขลาระเบิดขึ้น เสียงดังสนั่น ซึ่งเป็นแผนการของนายสุนทร น้องชายผู้ต้องหา ที่ใช้อาวุธปืน M 79 ยิง เพื่อดึงความสนใจของเจ้าหน้าที่ภายในศาล จากนั้น นายสุนทร ใช้จังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอ ยกปืนพกสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลได้รับบาดเจ็บ และชิงตัว นายสุพล ซึ่งยังสวมชุดนักโทษ และมีทั้งโซ่ตรวน กุญแจมือ พาออกไปขึ้นรถกระบะสีแดง ที่จอดทิ้งไว้หน้าศาล ขับหลบหนีไปยังถนนเลียบทะเลหาดสมิหลา

ขณะที่ภายในบริเวณศาลก็เกิดความโกลาหล ได้มีการวางแผนของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนายนิพนธ์ บุญภัทโร ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อติดตามตัวคนร้าย

66780c08e7b594.13005751.jpg

แต่ระหว่างที่ 2 พี่น้องขับรถกระบะสีแดงหลบหนีไปได้ไม่นาน ปรากฏว่าได้ขับรถข้ามเลนพุ่งชนรถที่สวนทางมา บริเวณหน้าค่ายฐานทัพเรือสงขลา ซึ่งอยู่ห่างจากศาลเพียง 90 เมตร ทำให้สองพี่น้องต้องงัดอาวุธสงคราม M79 – อาก้า ออกมาปักหลักยิงสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะอีกฝ่ายมีอาวุธหนักหลายชนิด และยิงสวนมาตลอดเวลา

ด้วยอานุภาพที่ร้ายแรงของอาวุธสงคราม ทำให้รถตำรวจที่วิ่งไล่ตามมาระเบิดทั้งคัน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ถูกยิงเสียชีวิตบนถนนริมหาดสมิหลา คือ ด.ต.อำนวย แก้วเนียม และ จ.ส.ต.ฤทธิรณ ขุนไกร และยังมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บอีกหลายนาย จึงต้องขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ทหารเรือช่วยยิงสกัดคนร้าย 2 พี่น้อง

66780c093a03f7.54226170.jpg

การปะทะกันเป็นไปอย่างดุเดือด นานกว่าชั่วโมง สุดท้าย 2 พี่น้องก็ถูกทหารเรือและเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธหนักยิงถล่มตายข้างรถกระบะสีแดง ยานพาหณะที่ใช้หลบหนี เหตุการณ์นี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา และประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บระนาว หนึ่งในนั้น คือ เจ้าหน้าที่ขับรถของธนาคารแห่งหนึ่งที่ขับสวนทางมาชนกับรถคนร้ายจนเสียหลัก ถูกลูกหลงจนตัวตายคารถ

66780c09a41b64.12022908.jpg

ที่เกิดเหตุ ตำรวจเข้าตรวจสอบรถกระบะสีแดงของคนร้าย พบอาวุธสงครามหลายชนิด อาทิ M16, M79, ปืนอาก้า, ปืนพกสั้น 11 มม., ระเบิดมือ 3 ลูก โดยคนร้ายใช้ปืนอาก้ายิงไปแล้วทั้งสิ้น 22 นัด นอกจากนี้ ยังพบแผ่นป้ายทะเบียนตรากงจักร คาดว่าเอาไว้สวมลอยขณะหลบหนี และยังมีเสบียงอาหารเป็นหม้อ ๆ ที่ 2 พี่น้องเตรียมไว้ ถูกเทกระจาดลงเต็มพื้นถนน

66780c0aa65875.84523821.jpg

หลังเกิดเหตุ กลุ่มเพื่อนคนร้ายได้เดินทางจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมาที่โรงพยาบาล และจับกลุ่มพูดคุยถึงสาเหตุที่น้องชายบุกเดี่ยวชิงตัวพี่ชายในครั้งนี้ เพราะจะพากันไปล้างแค้นคู่กรณีที่มีปัญหาขัดแย้งเรื่องการค้าอาวุธปืน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนั้นนายบรรหาร ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี (ในสมัยนั้น) ได้ให้เกียรติเป็นประธานรดน้ำศพ และได้สั่งปรับปรุงทางเดินที่จะไปห้องขังศาล ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สามารถกระโดดรั้วกำแพงหนีได้ โดยทำเป็นลูกกรงตาข่ายให้สูงขึ้น รวมถึงแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศาลสามารถติดอาวุธได้ ขณะที่ศาลจังหวัดสงลาก็เร่งติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธ

66780c0a15f4e2.29192584.jpg

เหตุการณ์นี้ยังทำให้ลูกชาย 3 คน ของ ด.ต.อำนวย แก้วเนียม ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถามต้องสูญเสียพ่อ แต่เด็ก ๆ ทั้ง 3 ก็ไม่เสียความตั้งใจรับราชการเป็นตำรวจเหมือนพ่อ  โดยปัจจุบัน ลูกชายคนโตได้ใช้สิทธิ์ของพ่อที่เสียชีวิตในหน้าที่ เข้ารับราชการเป็นตำรวจ ส่วนคนที่ 2 และคนที่ 3 หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ก็สอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจ ทั้งคู่เป็นสัญญาบัตร