จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็น สคบ. หลอก ขรก.โอนเงินหมดตัว

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็น สคบ. หลอก ขรก.โอนเงินหมดตัว

View icon 142
วันที่ 10 ก.ค. 2567 | 09.37 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็น สคบ. งัดมุกเดิมหลอกข้าราชการหญิง ถูกนำบัตร ปชช.ไปเปิดบัญชีขายยาลดน้ำหนัก ให้แอดไลน์เพิ่มเพื่อน หลอกให้คุยกับตำรวจปลอม จนหลงเชื่อติดตั้งแอปฯปปง.ปลอม โอนเงินหมดตัว ตำรวจไซเบอร์ตามจับได้ 2 คน อยู่ในสระแก้ว

วันนี้ (10 ก.ค.67) ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยผลการกวาดล้างจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยคดีนี้เกิดเหตุเมื่อวันที่ 14 มี.ค.67 ได้มีมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อไปหาข้าราชการหญิงคนหนึ่ง โดยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อ้างว่าผู้เสียหายได้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดซิมการ์ดและบัญชีธนาคาร โดยข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจหลอกขายผลิตภัณฑ์ยาลดน้ำหนัก ทำให้มีผู้ร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก มิจฉาชีพแจ้งว่าผู้เสียหายต้องไปยืนยันตน และปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเกิดความกลัว อีกทั้งขณะนั้นผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ใน จ.มหาสารคาม ทำให้ไม่สะดวกเดินทาง มิจฉาชีพจึงแนะนำให้ผู้เสียหายทำการยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์

ต่อมาคนร้ายได้โอนสายให้สนทนากับ ร.ต.อ.มนูญ ซึ่งแอบอ้างเป็นตำรวจ บก.ปคบ. หลังจากนั้น ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนกับบัญชีไลน์ชื่อ “กองกำกับการปราบปรามการกระทำความผิดผู้บริโภค” แล้วได้แช็ตสนทนากับ พ.ต.ท.ธีรภพ ที่แอบอ้างเป็นตำรวจ บก.ปคบ. ด้วยเช่นกัน โดย พ.ต.ท.ธีรภพแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน จึงต้องโอนเงินให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. จากนั้นได้ให้ให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลคุยกับมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จาก ปปง. ผ่านทางวิดีโอคอล โดยเจ้าหน้าที่ปลอมดังล่าวแจ้งว่าต้องมีการอายัดบัญชีธนาคารของผู้เสียหายจนกว่าจะทำการตรวจสอบทรัพย์สินเสร็จสิ้น

จากนั้น มิจฉาชีพให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันชื่อ “AMLO” ที่ดาวน์โหลดผ่านทาง Google Chrome เมื่อติดตั้งสำเร็จ ได้ให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลและทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่แจ้ง สุดท้ายมิจฉาชีพได้ส่งหมายเลขบัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อคนร้ายจึงได้โอนเงินให้แก่คนร้ายจำนวน 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น จำนวน 631,273.83 บาท

ต่อมา มิจฉาชีพได้ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบแอปพลิเคชันบัตรสินเชื่อของธนาคารหนึ่งที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินออกจากแอปดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารผู้เสียหายเอง จำนวน 3 ครั้ง รวม 70,000 บาท แล้วมิจฉาชีพจึงหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินในบัญชีจำนวนดังกล่าวไปให้ ปปง. ตรวจสอบทั้งหมด รวมยอดเงินที่ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนไปทั้งสิ้น จำนวน 701,273.83 บาท เมื่อรู้ตัวจึงได้เข้าแจ้งความ

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา บช.สอท. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้หลายราย นำหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม เข้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ใน จ.สระแก้ว คือ น.ส.อังคณา อายุ 31 ปี และนายชาญชัย อายุ 34 ปี เร่งขยายผลสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการที่ยังหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป