วันนี้ (8 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี ร่วมกันจับกุม นายภาคิณ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 979/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569
ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบ โดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”
โดยสามารถจับกุม สถานีตำรวจน้ำ 4 กก.5 บก.รน ต.บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายหลอกขายโทรศัพท์ในเฟซบุ๊ก ผู้เสียหายหลงเชื่อและได้โอนเงินไปยังเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว
ต่อมาผู้เสียหายได้พบคนร้ายใช้เพจชื่อ “Thai News” อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง หลอกผู้เสียหายว่าจะติดตามเงินคืนให้ โดยให้เพิ่มไลน์และให้ทำการเทรดหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน โดยคนร้ายจะมีข้ออ้างให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมความเสียหายเป็นเงินกว่า 800,000 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการนำเงินออกจากบัญชีม้า โดยถอนเงินสดที่ธนาคารในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. จึงได้ตรวจค้นเป้าหมายที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสดพร้อมยึดเงินสดและทรัพย์สิน ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร, บัตรกดเงินสด, เงินสด จำนวน 328,000 บาท และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ รวมเงินกว่าสี่แสนบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายภาคิณ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าและถอนเงินสดให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งนายภาคิณ รับว่าเป็นนายหน้าจัดหาบัญชีม้าและเป็นผู้กดเงินสดจากบัญชีม้าจริง จากนั้นได้ซักถามขยายผล สามารถออกหมายจับเพิ่มเติมได้คือ คนที่รับผลประโยชน์ และคนจัดหาบัญชีม้า ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น นายภาคิณ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยได้รับค่าจ้างในการถอนเงินสด จำนวน 3,000 บาท และได้ค่าตอบแทนจากการเป็นนายหน้าหาบัญชี จำนวน 10,000 บาท