จตุพรลั่นปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ คอนโดฯขายไม่ออก 1.3 ล้านยูนิต ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ประเทศไม่ได้อะไร บ.อสังหาฯเท่านั้นที่ได้เต็ม ๆ ค้านแจกเงินดิจิทัลไม่ใช่ ไม่อยากให้ประชาชนได้ แต่การแจกเป็นความเสียหายของประเทศ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์วานนี้ (11 ก.ค.67) ถึงกรณีที่นายเศรษฐา นายกรัฐมนตรี พูดในสภาฯ ถึงการให้สิทธิ์ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี เป็นเพราะต่างชาติร้องขอ ว่าเรื่องที่ดินไม่ใช่จะร้องขอกันได้ง่าย ๆ เพราะคนได้ประโยชน์ คือ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างคอนโดขายไม่ออก 1.3 ล้านยูนิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณรายปีเสียอีก
ส่วนที่ระบุว่า ความพยายามให้ซื้อคอนโดพร้อมที่ดินอยู่นาน 99 ปีนั้น นายจตุพร มองว่า เป็นรอยต่อจากการดันดิจิทัลวอลเล็ตให้สำเร็จ เพื่อใช้เงินดิจิทัลแบบโทเคนหรืออย่างอื่นมาซื้อขายกันที่ฮ่องกง เพราะไม่ต้องพิสูจน์ที่มาของเงิน ว่าเป็นเงินสีเทาหรือไม่ ดังนั้น หลักคิดต่าง ๆ เช่นนี้ประเทศไม่ได้อะไรเลย นอกจากบริษัทอสังหาฯเท่านั้นที่ได้เต็ม ๆ
"เรื่องนี้จะให้เกิดขึ้นไม่ได้ โดยเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ต แม้จะขัดใจประชาชนที่ยากลำบากกันถ้วนหน้าอยู่แล้ว แต่ต้องใจแข็งให้มาก เพราะถ้าได้เงินหมื่นบาทแจกไปซื้อสินค้าในราคา 3,500 บาท ประเทศใช้หนี้กลับต้องใช้ถึง 30,000 บาท รวมแล้วจะเป็นหนี้มากถึง 1.8 ล้านล้านบาท ชั่วลูกหลานก็ใช้หนี้ไม่หมด ทั้งที่ต้นทุนมีแค่แสนกว่าล้านเท่านั้นเอง”
นายจตุพร กล่าวว่า การคัดค้านเงินดิจิทัลนั้น ไม่ได้หมายความว่า ไม่อยากให้ประชาชนได้ แต่การได้เงินแจกกลับเป็นความเสียหายของประเทศ และยังมีคนกลางได้กอบโกยผลประโยชน์ที่มากกว่าด้วย สิ่งสำคัญนายกฯ กลับเก็บงบประมาณไว้ เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัล ไม่นำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ เท่ากับซ้ำเติมประชาชนให้ลำบากมากขึ้น การลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา แต่ไม่ได้นำมาแก้ไขจึงไม่เกิดประโยชน์อะไร
นายจตุพร กล่าวอีกว่า นายกฯ ไปต่างประเทศทำตัวเป็นเซลล์แมนให้ประเทศ แสดงถึงการทำหน้าที่ผิดบทบาท รัฐบาลควรใช้ทูตพาณิชย์ทำหน้าที่ เมื่อเจรจาสำเร็จ นายกฯ จึงไปปิดงาน น่าจะเหมาะสมกว่า ดังนั้น 10 เดือนที่ไปต่างประเทศ และลงพื้นที่ในไทยกลับไม่มีผลงานอะไรเลย จึงเป็น 10 เดือนที่สูญเปล่า ดังนั้น ตนจึงหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่า เดือนสิงหาคมนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง