ตามจับคนร้ายชิงทอง น้ำหนัก 40 บาท ย่านสุขาภิบาล 3

View icon 152
วันที่ 19 ก.ค. 2567 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองในห้างฯ อีกแล้ว คราวนี้เกิดย่านสุขาภิบาล 3 ได้ทองคำน้ำหนัก 40 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ที่ยืมเพื่อนมาหลบหนี

ตามจับคนร้ายชิงทอง น้ำหนัก 40 บาท ย่านสุขาภิบาล 3
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายเป็นผู้ชาย สูงประมาณ 175 เซนติเมตร สวมเสื้อมีฮูดสีดำ กางเกงยีนสีดำ รองเท้าแตะ สะพายกระเป๋าถือวัตถุคล้ายหน้าไม้ขนาดเล็ก เดินเข้าร้านขายทอง ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาสุขาภิบาล 3 แขวงและเขตมีนบุรี แล้วกระโดดขึ้นเคาน์เตอร์กระจก หยิบสร้อยคอทองคำเส้นละ 1 บาท ประมาณ 40 เส้น มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ใส่กระเป๋าสะพาย แล้วกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ด้านหลังมีกระเป๋าส่งอาหาร ขี่หลบหนีไปทางถนนรามคำแหง ช่วง 11.30 น.ของเมื่อวาน (18 ก.ค.) ใช้เวลาก่อเหตุแค่ 30 วินาทีเท่านั้น

ตำรวจ สน.มีนบุรี วิทยุสกัดจับกันวุ่น กระทั่งพลเมืองดีแจ้งพบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย จอดทิ้งอยู่ในซอยราษฎร์พัฒนา 24 เขตสะพานสูง จึงตามไปตรวจสอบ พบในกระเป๋าส่งอาหาร มีสร้อยคอทองคำ 3 เส้น ประทับตราร้านทอง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พบคนร้ายยืมรถ จยย.เพื่อน ก่อเหตุชิงทอง
ต่อมามี นายอรรถพล เดินทางมาพบตำรวจ พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพงษ์ศธร มะหะมาน หรือ บาส อายุ 26 ปี ได้มายืมรถไปซื้อกับข้าว ตนเองอนุญาตให้ยืม เพราะนายบาสมายืมรถเป็นประจำ ใช้เวลาสั้น ๆ 10 นาที แต่ครั้งนี้ไปนานผิดปกติ ประกอบกับตนเองต้องวิ่งรับงานต่อ จึงโทรทวงรถคืน จากนั้นนายบาสได้นำรถมาคืน โดยบอกว่าจอดไว้ตรงนี้ แถมยังพูดขอโทษ และบอกให้นำรถไปเปลี่ยนสี แต่ไม่บอกเหตุผล จึงเอะใจตรวจสอบรถ พบสร้อยคอทองคำในกระเป๋าส่งอาหาร

ตำรวจเชิญเจ้าของรถไปสอบปากคำเพิ่มเติม ทราบว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมต้น และกลับมาติดต่อกันอีกครั้งประมาณ 2 เดือน หลังเจอกันที่ร้านเกม ซึ่งนายบาสไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง จึงไม่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องอะไร แต่หลังจากนี้คงไม่คบนายบาสเป็นเพื่อนอีก เพราะทำให้เดือดร้อน สูญเสียรายได้ ไม่สามารถนำรถไปวิ่งรับงานได้ ฝากไปถึงนายบาสให้รีบมอบตัว เพราะยังไงก็หนีไม่พ้น

น้องชายเกลี้ยกล่อมคนร้ายชิงทองให้มอบตัว
ตำรวจได้ตามไปที่บ้านพักของนายบาส พบเพียงน้องชาย ซึ่งน้องได้วิดีโอคอลสอบถามนายบาสว่าอยู่ที่ไหน พร้อมเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แต่นายบาสไม่ให้ความร่วมมือ พยายามให้น้องชายเปิดกล้อง เพื่อดูว่ามีตำรวจอยู่ด้วยหรือไม่ เมื่อนายบาสเห็นตำรวจ ก็รีบตัดสายทิ้ง

เมื่อนำชื่อนายบาสไปค้นในระบบ พบว่าเคยก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2557 และ 2561

เบาะแสล่าสุด นายบาส ได้เรียกแท็กซี่หลบหนีไปย่านคลองสอง จังหวัดปทุมธานี ก่อนมีรถเก๋งคันหนึ่งขับมารับพาหนีต่อ ซึ่งตำรวจกำลังเร่งแกะรอยหาเส้นทางหลบหนีของนายบาส

ย้อนสถิติคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองชื่อเดียวกัน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอาเฉพาะคดีดัง ๆ ที่เป็นข่าว มีไม่น้อยกว่า 5 คดี เริ่มจาก 11 สิงหาคม ปี 2565 คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทอง 26 บาท จังหวัดราชบุรี, 17 เมษายน ปี 2566 คนร้ายแฝงตัวเป็นลูกค้าชิงทอง จังหวัดสมุทรปราการ, 9 สิงหาคมปีเดียวกัน มีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทอง 48 บาท ย่านสุขาภิบาล 5 กรุงเทพฯ ข้ามมาปีนี้ 8 กรกฎาคม คนร้ายชิงทอง 60 บาท จังหวัดเชียงใหม่ และล่าสุดเมื่อวาน คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทอง 40 บาท ย่านสุขาภิบาล 3

ข่าวที่เกี่ยวข้อง