จับตา บ.เอกชน เข้าให้ข้อมูล กมธ.อว. แจงปมปลาหมอคางดำ

จับตา บ.เอกชน เข้าให้ข้อมูล กมธ.อว. แจงปมปลาหมอคางดำ

View icon 128
วันที่ 25 ก.ค. 2567 | 09.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จับตา บ.เอกชน เข้าให้ข้อมูล กมธ.อว. ชี้แจงโครงการวิจัยปลาหมอคางดำ การป้องกันไม่ให้ปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นหลุดออกไปภายนอก หลักฐานการทำลาย ฝังกลบซาก 

ปลาหมอคางดำ วันนี้ ( 25 ก.ค.67) จับตาบริษัทเอกชนเข้าชี้แจงกับคณะอนุกรรมาธิการ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สภาผู้แทนราษฎร ถึงโครงการวิจัยปลาหมอคางดำ ที่มีข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งจุดประสงค์ในการวิจัย การป้องกันไม่ให้ปลาสายพันธุ์ต่างถิ่นหลุดออกไปภายนอก และหลักฐานการทำลาย และ ฝังกลบซากปลาหมอคางดำ จำนวน 2,000 ตัว ตลอดจนหลักฐานการนำส่งตัวอย่างซากปลาหมอคางดำ ให้กรมประมง

อีกทั้งล่าสุด มีรายงานถึงเอกสารลับ ซึ่งระบุถึงต้นตอปลาหมอคางดำที่แพร่พันธุ์อยู่ในขณะนี้ ว่า เริ่มเมื่อปี 2549 โดยบริษัทเอกชนใหญ่ ยก 5 เหตุผล ขออนุญาตกรมประมง เพื่อนำเข้าปลา 2 ชนิด  ปลาหมอคางดำจากประเทศกานา 5 พันตัว เพื่อทดลองเลี้ยง เพาะพันธุ์ และวิจัยทดลองประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของปลาผสม โดยหนังสือฉบับดังกล่าวลงวันที่ 18 ต.ค. 2549 เรื่องสาเหตุการสั่งซื้อปลาจากทวีปแอฟริกา (ประเทศกานา) ส่งถึงกรมประมง ระบุว่า เนื่องจากในประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงปลาดุกมาเป็นระยะเวลานาน โดยปลาดุกที่ใช้เลี้ยงในเชิงพาณิชย์ เป็นปลาดุกลูกผสมที่เกิดจากการใช้แม่ปลาดุกอุย ซึ่งเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองของประเทศไทย มีลักษณะที่โตช้า แต่มีเนื้อสีเหลืองและมีรสชาติดี ผสมกับพ่อปลาดุกที่มีสายพันธุ์มาจากรัสเซีย คือ Claries garlepinus ซึ่งได้นำมาเผยแพร่และมีการเพาะเลี้ยง ที่ประเทศลาวและเวียดนามเมื่อหลาย ปีมาแล้ว จากนั้นมีการส่งต่อมายังประเทศไทย

ส่วนความคืบหน้าการกำจัดปลาหมอคางดำ วานนี้ (24 ก.ค.67) มีการทำลองจับปลากะพง โดยนำมาผ่าท้องพบซากปลาหมอคางดำในท้อง 3 ตัว จึงเป็นคำตอบว่าปลากะพงจะช่วยกำจัดลูกปลาหมอคางดำ เพื่อลดการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ต่างถิ่น หรือเอเลียนสปีชีส์