โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเช้าวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2540 สมพงษ์ รับผู้โดยสารชาวต่างชาติชื่อ "มิสเตอร์จอห์น" พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ และกระเป๋าถืออีก 2 ใบ หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท ขับไปส่งสนามบินดอนเมือง เมื่อส่งผู้โดยสารถึงที่หมายพร้อมสัมภาระก็รับผู้โดยสารชาวต่างชาติรายใหม่จากสนามบินดอนเมืองไปส่งย่านราชเทวี
ผู้โดยสารรายใหม่พบคือกระเป๋าตกอยู่ใต้เบาะนั่ง จึงถามนายสมพงษ์ ขณะนั้นนายสมพงษ์รู้ทันทีคือของผู้โดยสารก่อนหน้านี้ หลังจากส่งผู้โดยสารรายใหม่เรียบร้อย นายสมพงษ์ เปิดกระเป๋าดู พบเงินสดที่อัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋าและโฉนดที่ดินอีกจำนวนหนึ่ง นายสมพงษ์เรีบขับรถรถแท็กซี่คู่ใจกลับไปยังสนามบินดอนเมืองทันที นำไปคืนให้กับเจ้าของ
จากนั้นมีคนอ้างเป็น รปภ.ประจำสนามบินดอนเมือง ชื่อ "วิโรจน์" โทรศัพท์แจ้งมายังรายการวิทยุ "ร่วมด้วยช่วยกัน" ว่า พบคนขับแท็กซี่ สร้างคุณความดีน่ายกย่อง นำเงินสดกว่า 19 ล้านบาท พร้อมโฉนดที่ดินคืนให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขณะนั้นสื่อทุกแขนงตามตัว นายสมพงษ์ คนขับแท็กซี่ จนพบตัว ต่างยกย่องในคุณงามความดี มอบรางวัลตอบแทนความดี ทั้งเงินสด โล่เชิดชูเกียรติ
แต่แล้วความดีที่น่ายกย่องนี้ ต้องถูกเบรก เมื่อมีการพบพิรุธหลายอย่าง ทั้งคนชื่อ “วิโรจน์” ที่โทรศัพท์ไปแจ้งเรื่อง “มิสเตอร์จอห์น” เจ้าของเงิน กลับไร้ตัวตน หาไม่เจอ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากรายชื่อผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ในวันและเวลาที่ สมพงษ์ ระบุไม่พบว่ามีชายชาวต่างชาติดังกล่าวเดินทางออกนอกประเทศ กล้องงจรปิดก็ไม่พบภาพของนายสมพงษ์ และ มิสเตอร์จอห์น
ที่สุดความแตก นายสมพงษ์ สารภาพ เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง แต่งเรื่องขึ้นมาเล่นๆ เสียง รปภ.วิโรจน์ ก็คือเขา พูดโดยปิดรูจมูกไว้ข้างหนึ่ง
นายสมพงษ์ ถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน แต่ด้วยความประพฤติที่เรียบร้อยเป็นนักโทษชั้นดี ทำให้สมพงษ์ ติดคุกเพียง 1 ปี 2 เดือน