กองปราบ บุกช่วยสาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 8 ล้านบาท แถมโทรเรียกค่าไถ่พ่อแม่ที่จีน 12.5 ล้าน
วันนี้ (27 ก.ย.67) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี, พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.อภิชน ขันกา, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.ป. และ ว่าที่ พ.ต.ต.ธนบดี ดวงจิตต์ สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกันติดตามช่วยเหลือ น.ส.ซ่ง ซีฮัว (SONG XIUHUA) อายุ 42 ปี สัญชาติจีน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.ย.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้รับการประสานมาจากทางสถานทูตจีนว่า MS.LI JIANSHE หญิงสาวชาวจีนซึ่งเป็นมารดาของ น.ส.ซ่ง ซีฮัว ติดต่อมาขอความช่วยเหลือกับทางสถานทูตจีน ให้ช่วยติดตามตัวลูกสาว เนื่องจากได้รับข้อความผ่านทางโทรศัพท์เเจ้งว่า น.ส.ซ่ง ซีฮัว ถูกกักขังอยู่ที่ประเทศไทย โดยคนร้ายมีการข่มขู่เรียกค่าไถ่
จากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 21 ส.ค.67 ขณะที่ MS.LI JIANSHE (มารดา) อาศัยอยู่ที่ประเทศจีน ได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งใช้ชื่อบัญชี น.ส.ซ่ง ซีฮัว แจ้งว่า น.ส.ซ่ง ซิฮัว ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมันมานานกว่า 17 ปี ถูกนำตัวมากักขังทำงานอยู่ที่ประเทศไทย หากต้องการจะช่วยเหลือให้เตรียมเงินค่าไถ่ตัวไว้เป็นจำนวน 2.5 ล้านหยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 12.5 ล้านบาท) พร้อมทั้งส่งคลิปวิดีโอของ น.ส.ซ่ง ซีฮัว ซึ่งกำลังถือหนังสือเดินทางพูดภาษาจีนแปลความหมายได้ว่า “ข้าพเจ้ามาทำงานอยู่ที่ประเทศไทย คลิปวิดีโอนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ถูกบังคับให้ถ่ายแต่อย่างใด”
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนเพิ่มเติม พบข้อมูลว่า น.ส.ซ่ง ซีฮัว เดินทางออกจากประเทศเยอรมันตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.67 โดยมีปลายทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏภาพของ น.ส.ซ่ง ซีฮัว เดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิเพียงลำพัง และเรียกรถแท็กซี่โดยสารออกจากสนามบินทันที
จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงจัดชุดออกสืบสวนติดตามตัว น.ส.ซ่ง ซีฮัว จนกระทั่งพบว่า น.ส.ซ่ง ซีฮัว ได้มาเช่าห้องพักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งจากการสอบถามเจ้าของหอพักทราบว่า น.ส.ซ่ง ซีฮัว มาพักอาศัยเพียงลำพัง ไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่ด้วย โดยส่วนมากน.ส.ซ่ง ซีฮัว จะไม่ออกมาจากห้องพัก และมักจะเก็บตัวอยู่ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบ น.ส.ซ่ง ซีฮัว อยู่ภายในห้องพัก และแสดงท่าทีมีพิรุธ ก่อนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าตนเองเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยเพื่อมารอทำงาน และตนเองปลอดภัยดี ไม่ทราบเรื่องการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงหลักฐานที่มีการส่งข้อความไปยังพ่อแม่ เพื่อเรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านหยวนแลกกับการปล่อยตัวให้ น.ส.ซ่ง ซีฮัว ดู เจ้าตัวมีท่าทีไม่เชื่อ จนภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ MS.LI JIANSHE (มารดา) และบิดา ให้มาพบและพูดคุย น.ส.ซ่ง ซีฮัว จึงเชื่อว่าเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดเป็นเรื่องจริง
จากการสอบถามปากคำ น.ส.ซ่ง ซีฮัว ให้การว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย.67 ขณะที่ตนเองทำงานอยู่ในประเทศเยอรมัน มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนโทรศัพท์มาหา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน และเเจ้งให้ทราบว่า ตนมีการเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นหมายเลขที่ใช้หลอกลวงคนอื่นในลักษณะหลอกให้ทำงานพิเศษ เข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีการแจ้งความไว้และจะต้องถูกดำเนินคดี จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้พูดจาหว่านล้อมให้ตนโอนเงินเข้ามายังบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อทำการตรวจสอบ โดยอ้างว่าหากทำการตรวจสอบเรียบร้อยเเล้วจะโอนเงินคืนให้ แต่ภายหลังตนโอนเงินไปแล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวได้แจ้งว่าตนโอนเงินไปผิดบัญชี ให้โอนเงินมาใหม่ หากไม่โอนจะไม่ได้รับเงินก้อนเดิมคืน ตนจึงโอนเงินเพิ่มไปอีก ซึ่งยอดเงินที่โอนไปทั้งหมดตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. - ก.ค.67 เป็นเงินสกุลยูโร จำนวน 207,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 8 ล้านบาท โดยเป็นการโอนไปบัญชีธนาคารปลายทางในประเทศจีนและบัญชีธนาคารประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรป
จากนั้นในช่วงวันที่ 15 ส.ค.67 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ออกอุบายให้ตนเดินทางจากประเทศเยอรมันมาประเทศไทย อ้างว่าจะมีบุคคลที่สามารถช่วยเหลือทางคดีได้ เมื่อตนเดินทางมาถึงประเทศไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ให้ตนโหลดแอปพลิเคชัน Skyp และเปิดวิดีโอคอลไว้ให้เห็นตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังออกอุบายให้ตนเข้าพักอาศัยในที่พักที่ไม่ต้องแสดงหนังสือเดินทาง และให้อยู่แต่ในห้องรอการติดต่อกลับเท่านั้น ห้ามติดต่อผู้ใด จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้สั่งให้ตนถ่ายคลิปวิดีโอ และพูดว่า มาทำงานอยู่ที่ประเทศไทย และไม่ได้ถูกบังคับให้ถ่ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังได้ขอ Username และ Password แอปพลิเคชันWeChat ของตนไปอีกด้วย โดยระหว่างที่ตนอยู่ที่ประเทศไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ตนรายงานตัวยืนยันที่พักของตนเองทุก ๆ วัน และจะมีการโทรตาม หากหายไปจากแอปฯ Skype โดยตนถูกหลอกลวงให้เดินทางเข้ามาพักอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.67 – 24 ก.ย.67 รวมเป็นเวลากว่า 40 วัน เปลี่ยนที่พักรวม 8 แห่ง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามถึงสาเหตุที่ น.ส.ซ่ง ซีฮัว ไม่ยอมพูดความจริงในช่วงเเรก ซึ่ง น.ส.ซ่ง ซีฮัว ได้ให้เหตุผลว่า เมื่อประมาณเดือนเม.ย.67 แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่า หากบอกเรื่องดังกล่าวกับบุคคลอื่น หรือไม่ทำตามที่สั่ง จะไม่ได้รับเงินคืนและจะถูกดำเนินคดี ขณะที่ในส่วนของ MS.LI JIANSHE (มารดา) ที่ถูกข่มขู่เรียกค่าไถ่ลูกสาวนั้น ยังไม่ได้มีการโอนเงินไปให้กับแก๊งมิจฉาชีพแต่อย่างใด