ชายทำงานก่อสร้างสุดช้ำ ถูกเพื่อนหลอกใช้ชื่อซื้อรถฟอร์จูนเนอร์มือสอง เบี้ยวจ่ายค่างวดรถ ถูกไฟแนนซ์ฟ้องยึดบ้าน แม่ชราวัย 95 ปี กำลังไม่มีที่ซุกหัวนอน

ชายทำงานก่อสร้างสุดช้ำ ถูกเพื่อนหลอกใช้ชื่อซื้อรถฟอร์จูนเนอร์มือสอง เบี้ยวจ่ายค่างวดรถ ถูกไฟแนนซ์ฟ้องยึดบ้าน แม่ชราวัย 95 ปี กำลังไม่มีที่ซุกหัวนอน

View icon 200
วันที่ 3 ต.ค. 2567 | 11.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (3 ต.ค. 67) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ได้พา นายยอด อายุ 56 ปี ชาว ต.บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.พุทไธสง  หลังถูกเพื่อนร่วมงานหลอกล่อให้ใช้ชื่อซื้อดาวน์รถยนต์ รุ่นฟอร์จูนเนอร์ มือสอง ที่เต็นท์รถแห่งหนึ่งใน จ.สมุทปราการ ราคารวมดอกเบี้ยกว่า 1 ล้านบาท เมื่อปี 2559 หลังจากนั้นต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานคนละจังหวัด ต่อมาปี 2563  โดนบริษัทไฟแนนซ์ฟ้อง เนื่องจากเพื่อนที่หลอกให้ใช้ชื่อดาวน์รถไม่ผ่อนชำระค่างวดตามสัญญา โดยมีหมายศาลส่งมาที่บ้าน แต่ตอนนั้นยังตระเวนทำงานรับจ้างอยู่ต่างจังหวัด มีเพียงแม่วัย 95 ปี อยู่บ้านอ่านหนังสือไม่ออก จึงไม่รู้ว่าถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้อง  

นายยอด บอกว่า กระทั่งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา น้องสาวโทรศัพท์ไปบอกขณะตนทำงานก่อสร้างอยู่ จ.มหาสารคาม ว่ามีหมายบังคับคดีส่งมาที่บ้าน ระบุว่าจะยึดที่ดินพร้อมบ้านที่แม่ชราวัย 95 ปี อาศัยอยู่ เพราะบ้านและที่ดินแปลงดังกล่าวแม่ได้ยกให้เป็นชื่อของตนเองแล้ว ก็ตกใจรีบเดินทางกลับมาบ้าน เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากในหมายบังคับคดีระบุว่าจะประกาศขายทอดตลาดบ้านและที่ดิน นัดแรกในวันที่ 6 พ.ย. 67 ที่จะถึงนี้ หากที่ดินและบ้านหลังดังกล่าวถูกยึด ทั้งแม่ ตนเอง ภรรยา และลูกก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน จึงได้ไปร้องขอความช่วยเหลือกับทนายอั๋น และนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.พุทไธสง เพื่อให้เอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบ ที่หลอกให้ตนเองใช้ชื่อซื้อรถคันดังกล่าว

นายยอด เล่าว่า ตอนไปทำงานก่อสร้างที่ จ.สมุทรปราการ นายน้อย ซึ่งทำงานที่เดียวกันได้ประมาณ 1 ปีเศษ ก็แนะนำให้รู้จักกันนายจิ๋วและนายอำนาจ ซึ่งเป็นเพื่อนของนายน้อย จากนั้นก็มานั่งดื่มเหล้ากัน 4- 5 ครั้ง นายน้อยก็บอกว่านายจิ๋วอยากได้รถ แต่ไม่สามารถซื้อเป็นชื่อตัวเองได้ หลอกล่อให้ตนเองใช้ชื่อซื้อให้ ด้วยความไว้ใจ ประกอบกับนายจิ๋วรับปากว่าจะผ่อนชำระเอง ไม่ทำให้เดือดร้อน จึงยอมใช้ชื่อตัวเองซื้อดาวน์รถให้ โดยใช้ชื่อของภรรยานายอำนาจค้ำประกันให้ ซึ่งตนไม่ได้ค่าตอบแทนในการใช้ชื่อซื้อรถแม้แต่บาทเดียว มีแค่ความไว้ใจเท่านั้น  

ต่อมาก็แยกย้ายกันไปทำงานไม่ได้เจอกันอีก นาน ๆ ครั้งจะติดต่อกันทางโทรศัพท์บ้าง กระทั่งปี 2562 นายจิ๋วที่เป็นคนเอารถไปใช้ ก็ส่งเอกสารบันทึกข้อตกลงมาให้ตนเองดู ว่าได้จ่ายเงินให้ภรรยานายอำนาจ 300,000 บาท เพื่อให้รับผิดชอบค่างวดที่เหลือ ตนก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร จนมารู้อีกทีตอนมีหมายบังคับคดีจะยึดบ้านและที่ดินแล้ว

ด้าน ทนายอั๋น กล่าวว่า กรณีลักษณะนี้เคยมาร้องให้ช่วยเหลือหลายคน ส่วนมากก็จะเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจไปค้ำประกัน หรือใช้ชื่อดาวน์รถให้ แต่สุดท้ายก็โดนฟ้อง เพราะคนที่เอารถไปใช้ไม่ผ่อนชำระค่างวดตามสัญญา แต่กรณีนี้ที่ยื่นมือมาช่วยเหลือ เพราะสงสารยายชราอายุกว่า 95 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ถูกฟ้อง ที่ถูกเพื่อนหลอกให้ใช้ชื่อซื้อรถจะไม่มีที่อยู่อาศัย เบื้องต้นก็แนะนำให้ไปเดินเรื่องกับทางบังคับคดีตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้บ้านถูกยึด และไปแจ้งความเพื่อสอบสวนเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่หลอกให้ดาวน์รถให้จนทำให้ถูกฟ้อง จึงอยากจะฝากถึงประชาชนทั่วไป ว่าอย่าไปเชื่อใจค้ำประกันหรือใช้ชื่อซื้อรถให้ใคร เพราะสุดท้ายจะเดือดร้อนเอง