ชายวัย 50 ปี พ่อค้าร้านเช่าพระ ถูกหลอกวิดีโอคอลสยิว เรียกเงินแบล็กเมล กว่า 1 แสน

ชายวัย 50 ปี พ่อค้าร้านเช่าพระ ถูกหลอกวิดีโอคอลสยิว เรียกเงินแบล็กเมล กว่า 1 แสน

View icon 1.3K
วันที่ 5 ธ.ค. 2567 | 09.06 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชายวัย 50 ปี พ่อค้าร้านเช่าพระ ถูกหลอกวิดีโอคอลสยิว เรียกเงินแบล็กเมล กว่า 1 แสน

วันที่ 4 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจาก นาย สมชาย (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ถูกหลอกวิดีโอคอลสยิว เรียกเงินแบล็กเมล กว่า 1 แสน

นายสมชาย เล่าว่า ประมาณวันที่ 27 ต.ค.67 ได้มีผู้ใช้ Tiktok ชื่อ โบว์ลิ่ง ส่งรูปพระพิฆเนศ เข้ามาสอบถามราคาใน ก็ตอบกลับไปว่าองค์ละ 3,500 บาท แล้วคนร้ายได้ขอเบอร์ติดต่อและขอแอดไลน์ไว้ และได้โทรไลน์เข้ามาสอบถามว่าร้านอยู่ที่ไหน และเป็นการแนะนำตัวซะส่วนใหญ่การพูดคุยเป็นลักษณะแบบชู้สาว (ฟิลแฟน) ทุกวัน ถามเรื่องส่วนตัวแล้วก็เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง ว่าเปิดร้านขายน้ำหอมอยู่เซ็นทรัล หนูมีลูกน้อง 1 คน หนูเป็นคนพิษณุโลก แล้วชักชวนให้พาเที่ยว  ต่อมาวันที่ 2 พ.ย.67 ขณะตนกำลังปิดไฟนอน น.ส.โบว์ลิ่งได้ก็ขอเปิดกล้องคุยแบบ video call แล้วบอกว่า หนูเหงา หนูอยากให้ช่วย แล้วให้ดูว่า น.ส.โบว์ลิ่งกำลังช่วยตัวเองอยู่  พูดออดอ้อนให้ตนช่วยตัวเองให้ดู  และหนูขอดูอวัยวะเพศหน่อย แล้วก็ขอดูลิ้นหลอกให้แลบลิ้นให้ดู ซึ่งตอนนั้นตนถูกอัดคลิปดังกล่าวไว้แล้ว

ต่อมาวันที่ 3/11/2567  น.ส.โบว์ลิ่งได้วีดีโอคอลมาคุย แล้วส่งคลิปวีดีโอที่ตัดต่อไว้ และรูปภาพของตนมาให้ดูและบอกว่า "ฟังหนูดีๆนะห้ามวางสาย ดูอย่างเดียว แล้วทำตาม" ซึ่งคลิปและภาพที่ น.ส.โบว์ลิ่งส่งมาให้ดูเสร็จแล้วก็ลบออกทันที ตนแคปภาพไว้ไม่ทัน และบอกให้โอนเงินหากไม่ยอมโอนเงินให้กับ น.ส.โบว์ลิ่ง จะส่งคลิปของตนที่เคยวิดีโอคอลกันไว้และรูปภาพไปให้กับกลุ่มพระเครื่องต่างๆในเฟส เพื่อนในเฟส คนใกล้ชิด คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ขายให้นักข่าว และเผยแพร่สู่สาธารณะ แล้วยังได้ข่มขู่อีกว่าจะให้ทางระบบดูดเงินหมดทั้งบัญชี ด้วยความตกใจและกลัวตนจึงได้ยอมเงินให้โดยครั้งแรก น.ส.โบว์ลิ่งขอ 50,000 แต่ตนต่อรองจนเหลือ 30,000 บาท ครั้งที่ 2 ให้โอน 50,000 แลกกับลบคลิปวีดีโอออก ครั้งที่ 3 โอนไปอีก 30,000 บาท หลังจากโอนเงินไป ก็ถามกลับไปว่าไหนบอก แล้วจบไง สรุปยอดโอนทั้งหมดรวม 80,000บาท พอโอนเสร็จบอกว่าของ น.ส.โบว์ลิ่งจบแล้ว แต่ให้ผู้ชายโทรมาบอกว่าทางระบบยังไม่จบและขอเงินอีก 70,000 บาท แล้วให้คุยกับทางระบบเอาเอง เพื่อให้รหัสปลดล็อค ลบข้อมูลออกจากเซิร์ฟเวอร์  แต่ครั้งนี้ตนไม่ได้โอนไป

นาย สมชาย เล่าต่อว่า หลังจากเกิดเรื่อง ตนได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.67 เพื่อให้ช่วยอายัดบัญชี พอวันที่ 4 พ.ย.67 ตนได้รับเอกสารจากพนักงานสอบสวน ก็นำไปให้กับทางธนาคารเพื่อดำเนินการขออายัดบัญชี และทางธนาคารแจ้งว่าจะนำเอกสารส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีที่เอกสารเสร็จ แต่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ตนไปโทรไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามความคืบหน้า ก็ได้รับแจ้งว่าทางธนาคารยังไม่ส่งเอกสารมาให้จึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ตนจึงเดินทางไปติดต่อที่ธนาคารอีกครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารก็แจ้งว่าได้ส่งเอกสารให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ซึ่งทำให้ตนงงว่าตกลงแล้วเอกสารอยู่ที่ใครกันแน่ เพราะเวลาผ่านมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ปกติแล้วเอกสารทางธนาคาร จะส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน 7 วัน ตอนนี้ไม่รู้จะต้องไปตามที่ใครหรือหน่วยงานไหนแล้ว เพราะว่าต่างคนก็ต่างโยนกันไปโยนกันมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง