ชาล็อตยังช็อกอยู่  น้ำตาร่วง แจงยิบถูกหลอกโอน 4 ล้าน

ชาล็อตยังช็อกอยู่ น้ำตาร่วง แจงยิบถูกหลอกโอน 4 ล้าน

View icon 3.5K
วันที่ 10 ธ.ค. 2567 | 15.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชาล็อต ออสติน - ณวัฒน์ อิสรไกรศีล แจงละเอียดถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้าน ยอมรับกลัว แพนิค ทำอะไรไม่ถูกจึงยอมทำตาม ขอให้เคสตัวเองเป็นอุทาหรณ์

(10 ธ.ค.67)  จากกรณีชาล็อต ออสติน นางงามเวทีมิสแกรนด์ ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่อ้างตัวเป็นตำรวจไซเบอร์ หลอกสูญเงิน 4 ล้านบาท แถมยังถูกบังคับให้วิดีโอคอล 24 ชั่วโมง

ล่าสุด ชาล็อต ออสติน พร้อมด้วย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล  ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแจงปมดังกล่าวกล่าว

ชาล็อต เล่าว่า ปกติตนเองไม่ค่อยรับเบอร์แปลก แต่ในวันดังกล่าวมีการทิ้งเบอร์ให้กับทางร้านแห่งหนึ่ง เพื่อขอใบกำกับภาษี จากนั้นได้มีเบอร์โทรเข้ามา โดยที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นเบอร์ทางร้าน จึงรับสาย เมื่อรับสาย ปลายสายได้แจ้ง ชื่อ ตามด้วยยศ บอกว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ของนายศรัทธา ที่เคยเป็นข่าวเมื่อช่วงสิงหาคม  เลยแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการคุยต่อ แจ้งไปว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ แต่มิจฉาชีพ อ้างว่า นายศรัทธา ได้ซื้อบัญชีจาก ชาล็อต  และมีการโอนเงินไปให้ทางชาล็อต ทุกเดือน เดือนละ 800,000 บาท 

จากนั้นมิจฉาชีพได้โอนสายไปให้อีกคนหนึ่ง ทางนั้นได้ขอไลน์ไว้ โดยอ้างว่า เพื่อเอาไปวิดีโอคอล  เพื่อใช้ทั้งภาพและเสียงในชั้นศาลทำการฟ้อง นายศรัทธา และมีการส่งโค้ดให้กด เมื่อกด แล้วโทรศัพท์ใช้การไม่ได้ และมีการแจ้งว่าจะมีการตามจีพีเอส  หากตอนนี้อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น ซึ่งตอนนั้นกำลังขับรถจะมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่คนเดัยว และมิจฉาชีพก็บอกว่า ห้ามบอกใคร ให้เป็นความลับราชการ ถ้าบอกคนอื่น คนอื่นจะโดนจำคุก โดนจับไปด้วย ตนเองไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน จึงยอมคุยต่อ

ชาล็อตได้ชี้แจงไทม์ไลน์การโอนเงิน 4 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 รอบ

รอบแรกวันที่ 7ธ.ค.67 เวลาประมาณ 17.30 น. โอนไปจำนวน 2 ล้านบาท
รอบที่ 2 วันที่ 8 ธ.ค.67 เวลาประมาณ 00.12 น. โอนไปจำนวน 5 แสนบาท
รอบที่ 3 วันที่ 8 ธ.ค.67 โอนไปอีกจำนวน 1.5 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4 ล้านบาท โอนไปที่บัญชีเดียว 

ชาล็อต บอกว่า มิจฉาชีพต้องการหมดบัญชี แต่ธนาคารตนเองสามารถโอนออกได้วันละ 2 ล้านบาท มารู้ตัวอีกทีว่าโดนหลอก ตอนตี 3 ของวันที่ 8 ธ.ค. เนื่องจาก เลขา ได้หาข้อมูล และไปเจอว่า มีคนถูกหลอกในลักษณะนี้ ซึ่งขณะนั้น ตนเองก็ยังไม่ได้วางสายมิจฉาชีพ จึงพยายามตะล่อมให้มิจฉาชีพเปิดวิดีโอคอล เพื่อทำการอัดหน้าจอไว้เป็นหลักฐาน

ยอมรับว่าตอนนั้นไม่ได้เอะใจอะไรเลย เพราะมิจฉาชีพ มีการส่งเอกสารมาให้ทางไลน์  เป็นเอกสารหมายจับ หมายยุติ และ ใบสุดท้ายเป็นเอกสารที่ระบุว่า เปลี่ยนจากผู้ต้องหา เป็น ผู้เสียหาย ในเอกสารมีชื่อ หมายเลขบัตรประชาชนที่ถูกต้อง และ มีหน้าบัญชีธนาคาร ซึ่งเขาอ้างว่า นายศรัทธา คือ อดีตผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง เลยอาจเป็นไปได้ว่า ข้อมูลของตนเองอาจจะรั่วไหลจากตรงนั้น เลยต้องกลายเป็นผู้ต้องหา เลยแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ใช่ ไม่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเวลาเขาพูดอะไรออกมาเลยเชื่อว่าเป็นรัฐบาลจริง ๆ

ชาล็อต ยอมรับอีกว่า ตอนนั้นกลัว แพนิค ทำอะไรไม่ถูก เลยทำตามที่เขาแจ้งมา โดยไม่คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะ ตนเองเคยเจอมิจฉาชีพในรูปแบบอื่น หลังจากทราบว่าถูกหลอกก็โทรแจ้งธนาคารให้ทำการอาญัติบัญชี และเข้าแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร 

หลังเกิดเรื่องก็รู้สึกช็อก เพราะเงินหายไปจำนวนเยอะ ได้แค่ใจเย็นดึงสติกลับมาให้ได้เร็วที่สุด มูฟออนต่อ ทำงานต่อ ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจ  ตอนนี้มาทำงานก็พยายามอยู่กับน้องเลขาให้ได้มากที่สุด เพราะก่อนหน้านี้อยู่คนเดียวมาตลอด

ท้ายของการแถลง ชาล็อต ก็บอกว่า ถือเป็นการฟาดเคราะห์เบญจเพส ตอนนี้อายุอยู่ในช่วงปลาย 25 พอดี ตอนนี้ต้องทำงาน เงินหายไปแล้ว ถ้ายังนั่งร้องไห้ เงินก็คงไม่เข้ากระเป๋า เพราะฉะนั้นก็ต้องทำงาน

ทั้งนี้ชาล็อต ได้ฝากเตือน เชื่อว่ามิจฉาชีพมีเยอะกว่านี้ กระบวนการอาจมีรูปแบบอื่น ๆ อยากให้ทุกคนระวัง ถ้าตำรวจโทรมาจะไม่มีการออนไลน์เด็ดขาด ขอให้เคสของตนเองเป็นอุทาหรณ์ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการปัญหา นี้จริง ๆ เพราะสุดท้ายเหยื่อไม่ใช่คนผิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง