สภาทนายความ ลงโทษคดีมรรยาท“ทนายตั้ม”คดีเเรก หลังถูกกล่าวหาตบทรัพย์ ผกก.โจ้ โดยสั่งห้ามเป็นทนาย 3 ปี เผยยังมีเรื่องอื่นรอคิวเป็น 10 เรื่อง ส่อถูกถอนใบอนุญาต ขณะที่ ศาลอาญานัดไต่สวน ประกันตัวทนายตั้ม กับภรรยา 3 ก.พ.นี้
วันนี้ (1 ก.พ.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ทนายความของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละ นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด 2 จำเลยคดีร่วมกับพวกฉ้อโกง -ฟอกเงินเเละข้อหาอื่นเกี่ยวข้อง จากกรณีฉ้อโกง นางสาวจตุพร หรือมาดามอ้อย เศรษฐีนีชื่อดังที่เคยถูกรางวัลกว่า 5,700 ล้าน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล ภายหลังพนักงานอัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง นายษิทรา กับพวกรวม 7 คนต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 30 ม.คที่ผ่านมา
โดยศาลอาญามีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราววัน ที่ 3 ก.พ.68 เวลา 10.00 น.
ขณะเดียวกันก็มีรายงานจากเเหล่งข่าวระดับสูงว่า เมื่อที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการสภาทนายความเห็นชอบตามที่คณะกรรมการมรรยาททนายความที่ได้มีมติลงโทษคดีแรกของ นายษิทรา โดยมีมติลงโทษห้ามการเป็นทนายความสูงสุดเต็มแม็ก 3 ปี ซึ่งจะส่งผลให้เสียอนาคตไม่อาจทำหน้าที่เป็นทนายความได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายษิทรายังมีคดีมรรยาท รอคิวเร่งพิจารณาอีกนับ 10 เรื่องซึ่งแต่ละเรื่องล้วนข้อหาหนัก และอาจลบชื่อจากทะเบียนทนายความได้
เเหล่งข่าวยังระบุอีกว่า สำหรับคดีที่นายษิทราทนายดังต้องรับโทษในวันนี้ เป็นคดีที่เพื่อนรัก ซึ่งเป็นทนายคนดังเช่นกัน ได้ยื่นเรื่องกล่าวหากันเอง กรณีกล่าวหาใช้คลิปคลุมถุงดำตบทรัพย์ ผกก.โจ้ ซึ่งแม้ตอนนี้ทนายคนดังกล่าวจะกลับมาดีกัน แต่ทางสภาทนายความเอาจริง ไม่อนุญาตให้ถอนคำกล่าวหา จึงได้ลงโทษห้ามการเป็นทนายความนานสูงสุดคือ 3 ปี
สำหรับความผิดโทษผิดมรรยาททนายความมี 3 สถาน คือ 1.ภาคทัณฑ์ 2.ห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนดไม่เกินสามปี หรือ 3.ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ