เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมจับกุมขบวนการลักลอบขุดทอง-รุกป่าต้นน้ำกว่า 14 ไร่ ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จับได้ 2 คน ส่วนที่เหลืออีกหลายคนหนีเข้าป่าไปได้
วันนี้ (3 ก.พ.68) นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ร่วมกับกำลังทหารจากหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ภายใต้การอำนวยการของ นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ และ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า สนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ขณะลักลอบขุดดินหาแร่ทองคำในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่เคยมีการจับกุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 พบการบุกรุกพื้นที่กว่า 14 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเฝ้าระวัง
จนกระทั่งเมื่อเวลา 21.00 น. วันศุกร์ (31 ม.ค. 68) ที่ผ่านมา ตรวจพบกลุ่มบุคคล 5-10 คน แอบเข้าไปขุดดินในพื้นที่ ทางชุดจับกุมได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเดินเท้าและชุดเคลื่อนที่เร็วโดยจักรยานยนต์ เข้าปิดล้อมพื้นที่จากท้ายหมู่บ้านปิล๊อกคี่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ประกอบด้วย นายอะโท อายุ 27 ปี และนายมันดิดา อายุ 28 ปี ทั้งคู่เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่เหลือหลบหนีเข้าป่าไปได้
โดยสามารถยึดของกลางได้รวม 13 รายการ ประกอบด้วย กระสอบปุ๋ยบรรจุดินน้ำหนัก 13 กิโลกรัม, ถุงพลาสติกบรรจุดินน้ำหนัก 2 กิโลกรัม, ถุงบรรจุดินน้ำหนัก 6 กิโลกรัมและ 400 กรัม, เรียงร่อนแร่ไม้ 1 อัน, กระสอบปุ๋ยสีฟ้า 3 ใบ, สิ่ว 4 ด้าม, ค้อนปอนด์ 1 อัน, มีดเหน็บ 2 เล่ม, ไฟฉายคาดหัว 1 อัน, เปล 2 ผืน และรถจักรยานยนต์ 5 คัน
ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จำนวน 5 ฐาน ได้แก่
-ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
-ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต
-ยึดถือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำให้เสื่อมสภาพในเขตอุทยานแห่งชาติ
-เก็บหา ทำอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ
-เข้าไปดำเนินกิจการเพื่อหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ เพื่อยับยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศป่าต้นน้ำในพื้นที่ต่อไป