กู้ภัยช่วยทุลักทุเล พาหนุ่มวัย 30 ปี หนัก 314 กก. ไปโรงพยาบาล

กู้ภัยช่วยทุลักทุเล พาหนุ่มวัย 30 ปี หนัก 314 กก. ไปโรงพยาบาล

View icon 2.1K
วันที่ 7 ก.พ. 2568 | 15.18 น.
ข่าวอาชญากรรม
แชร์
วันนี้ (7 ก.พ. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูว่า ได้เข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชาย 1 คน อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคอ้วน น้ำหนัก 314 กิโลกรัม ที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอย วชิรธรรมสาธิต 17 ถนนสุขุมวิท 101/1 แขวบางจาก เขตพระโขนง กทม. เนื่องจากมีอาการ เหนื่อย , ไข้,อ่อนเพลียไม่มีแรง โดยมีสิทธิรักษาอยู่ที่ รพ.สิรินธร

นายพงศ์สิทธิ์ รักกะเปา อายุ 29  อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดบางนา 25 บอกว่า ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุมูลนิธิร่วมกตัญญูให้เข้าช่วยเหลือผู้ป่วย เมื่อมาถึงก็พบชายร่างใหญ่หนัก 314 กิโลกรัม มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย และมีไข้ จึงประสานรถเอราวัณเพื่อที่จะสนับสนุนที่เกิดเหตุ เนื่องจากผู้ป่วยตัวใหญ่มากเคลื่อนย้ายลำบาก และจากการสนับสนุนการช่วยเหลือดังกล่าวไม่สามารถนำขี้นรถได้ จึงประสานรถกระบะเข้าสนับสนุนอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เนื่องจากผู้ป่วยขยับนิดขยับหน่อยก็มีอาการเหนื่อยหายใจช้าลง

จากนั้นจึงได้สอบถามกับพ่อของผู้ป่วยว่ามีรถสไลด์หรือไม่ ก่อนจะบอกว่ามีคนรู้จักขับรถสไลด์อยู่ เดี๋ยวจะเรียกเข้ามาจากการช่วยเหลือ เพราะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ ต่อมาหลังจากที่รถสไลด์มาแล้ว ก็ใช้เวลาต่ออีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง จึงสามารถนำผู้ป่วยขึ้นรถสไลด์อย่างทุลักทุเล เนื่องจากต้องค่อย ๆ ขยับทีละนิด แล้วต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล เมื่อถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็ตกใจเนื่องด้วยไม่เคยเห็นผู้ป่วยน้ำหนักเยอะขนาดนี้ เบื้องต้นได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่าน้องมีอาการดีขึ้น

ด้าน นายประยงค์ อายุ 72 ปี พ่อของผู้ป่วย บอกว่า ลูกชายเพิ่งจะมีน้ำหนักขึ้นมากตอนอายุประมาณ 4 ขวบ จากนั้นก็มีน้ำหนักขึ้นมาเรื่อย ๆ จนอายุประมาณ 30 ปี ซึ่งไม่เคยเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือตรวจรักษาโรค เป็นอย่างเดียวคือความดัน โดยปัจจุบันทำงานรับจ้างเป็นช่างเลี่ยมกรอบพระภายในบ้าน กระทั่งลูกชายมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่สะดวก และมีไข้ จึงเรียกรถพยาบาลมารับ แต่ไม่สามารถนำลูกชายในรถตู้พยาบาลได้ รถกระบะก็ขึ้นไม่ได้ สุดท้ายต้องใช้รถสไลด์ ไปส่งที่ รพ.สิรินธร ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ปัจจุบันอาการดีขึ้นเป็นลำดับ หลังจากนี้ก็อาจจะให้ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก และควบคุมการกินอาหาร ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูทุกท่าน ที่ให้การช่วยเหลือพาลูกชายไปส่งโรงพยาบาล