โรม ข้องใจหลักฐานไม่พอออกหมายจับหม่องชิตตู

โรม ข้องใจหลักฐานไม่พอออกหมายจับหม่องชิตตู

View icon 232
วันที่ 13 ก.พ. 2568 | 13.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตลกมาก หลักฐานไม่พอออกหมายจับหม่องชิตตู จี้รัฐบาลปราบปรามให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทลายให้ถึงโครงสร้างแก๊งคอลเซนเตอร์ ข้อมูลข่าวขนน้ำมันผ่านทางทะเล

หมายจับหม่องชิตตู วันนี้ (13 ก.พ.68) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ฯ ถึงแนวทางปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยเชิญ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กองทัพ และหน่วยข่าวกรอง มาให้ข้อมูล

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หลังมาตรการตัดไฟ น้ำมัน และอินเทอร์เน็ต ซึ่งถือว่ามาถูกทางแล้ว และเห็นสัญญาณว่าทางฝั่งตำรวจได้ย้ายเจ้าหน้าที่หลายคน รวมถึงหาพยานหลักฐานว่าบุคคลเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ หรือแก๊งคอลเซนเตอร์มากแค่ไหน ตนก็ไม่แน่ใจว่าข้อสรุปจะสิ้นสุดเมื่อไร

สำหรับประเด็นท่าข้าม นายรังสิมันต์ ระบุว่า จังหวัดตาก เป็นจังหวัดชายแดนที่มีท่าข้ามเยอะถึง 59 ท่า โดยท่าข้ามเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า มีบางท่าที่ตั้งอยู่ตรงใกล้กับแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือกาสิโน จะเป็นท่าของใครก็แล้วแต่ แต่ชี้ให้เห็นว่าท่าเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพื่อการขนส่งสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยขนคนไปเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ หรืออำนวยความสะดวกให้คนไปเล่นกาสิโน

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ก่อร่างสร้างตัวได้มากขนาดนี้ อิฐ หิน ดิน ปูน มาจากประเทศไทยทั้งนั้น ตนเองเห็นได้กับตา ประกอบกับการพิจารณาสัปดาห์ที่แล้ว สมช. ยืนยันจะมีมาตรการเกี่ยวกับท่าข้ามเหล่านี้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป วันนี้จะมีการพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้ท่าข้ามปลอดภัยสำหรับประชาชนคนไทย และมีอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัย มาตรการตรวจจับการลักลอบขนส่งยาเสพติด ทำให้มั่นในว่าจะไม่เห็นการลักลอบข้ามไปมาได้

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สำหรับการออกหมายจับ พันเอกหม่องชิตตู กับพวก ตอนแรกเชื่อว่าดูเหมือนแนวโน้มการทลายโครงสร้างอย่างเด็ดขาด มีความเป็นไปได้ การบังคับเพื่อจับ เป็นสิ่งท้าทายและวัดฝีมือของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและทลายทำให้ทุนจีนสีเทา ไม่สามารถสมคบคิดกับบรรดาแก๊งอาชญากรข้ามชาติได้ง่ายอีกต่อไป เพราะมีความเสี่ยงต่อกฎหมาย ดังนั้นการทำเช่นนี้ จะสามารถแยกบรรดาสิ่งชั่วร้ายออกไป และทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ได้ในที่สุด แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทางอัยการไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

นายรังสิมันต์ ย้ำว่า หลายประเทศมองพันเอกหม่องชิตตู เป็นผู้ก่อการร้าย มีการคว่ำบาตรคนอย่างพันเอกหม่องชิตตู และพันตรีติ่งวิน แต่เป็นไปได้อย่างไรที่ประเทศไทยไม่รับรู้เรื่องอย่างนี้เลย เป็นเรื่องที่รับไม่ได้และขอเรียกร้อง ให้กระบวนการยุติธรรมเอาจริงเอาจัง ถ้าไม่อยากให้แก๊งคอลเซนเตอร์กลับมาอีกแล้ว จำเป็นต้องปราบปรามโครงสร้างอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พันเอกหม่องชิตตู คือผู้คุมความลับหลายอย่าง ถ้าไทยไม่ดำเนินการอย่างจริงจังกับพันเอกหมองชิตตู่  หมายความว่าอะไร หรือถ้าเราเจอตอ หรือทุนสีเทาของประเทศไทยมีอิทธิพลใหญ่กว่ากฎหมาย พันเอกหม่องชิตตูก็รู้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้รอดได้ ถ้ารัฐบาลนี้อยากทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย และเอาจริงกับการปราบปรามคอลเซนเตอร์ มีทางเลือกเดียวต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดกับพันเอกหม่องชิตตู หลายประเทศคว่ำบาตรพันเอกหม่องชิตตู แต่ประเทศไทยกลับบอกหลักฐานไม่เพียงพอ เป็นเรื่องที่ตลกมาก

นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องการฟอกเงินด้วย หากพันเอกหม่องชิตตู มีทรัพย์สินในประเทศไทย และรัฐบาลไทยปล่อยไว้ให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน เจ้าหน้าที่รัฐคนใดจะรับผิดชอบ ไม่เข้าใจว่ารออะไรกันอยู่ ควรเร่งดำเนินการอีกที และอาจมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย วันนี้เห็นความพยายามในการตัดกระแสไฟฟ้าและอื่นๆ แต่ต้องเร่งออกหมายจับเพื่อทำลายโครงสร้าง

ส่วนที่มีข้อมูลว่ามีการส่งน้ำมันเข้ามาจากเส้นทางอันดามัน นายรังสิมันต์ เผยว่า ได้รับข้อมูลมาเช่นเดียวกัน จากการลงพื้นที่กับผู้นำฝ่ายค้านเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงได้แจ้งผู้บัญชาการภาคที่ 9 ว่ามีข่าวแบบนี้ ซึ่งท่านเองก็ได้ยินทำนองเดียวกัน เรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่ามีจริงหรือไม่ และมีความพยายามในการป้องกันหรือไม่ คิดว่าทุกภาคส่วนต้องกระตือรือร้น เพราะบางส่วนก็มีข่าวว่า เมเนเจอร์ทุนจีนเทาได้หลบหนีไปยังจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ทุกภาคส่วนต้องตื่นตัว เพราะเป็นวาระแห่งชาติ