เกือบเป็นหายนะครั้งใหม่ หลังโดรนของรัสเซีย โจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์“เชอร์โนบิล”ทางตอนเหนือของยูเครน จนหลังคาโครงป้องกันรังสีรั่วไหล ได้รับความเสียหาย เคราะห์ดีระดับรังสียังเป็นปกติ
แม้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพิ่งต่อสายคุยกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เรื่องการยุติการสู้รบกับยูเครน แต่วานนี้ รัสเซีย ยังส่งโดรนโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง ที่น่าระทึกคือโดรนติดหัวรบทำลายล้างสูงของรัสเซียลำหนึ่ง ได้โจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เมืองเชอร์โนบิล ทางตอนเหนือ ติดชายแดนเบลารุส จนหลังคาโครงป้องกันรังสีรั่วไหลของโรงไฟฟ้า ได้รับความเสียหายอย่างหนักและเกิดเพลิงไหม้ เคราะห์ดีเพลิงไม่ได้ลุกลาม และระดับรังสีในตอนนี้ยังคงเป็นปกติ ทำให้ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาตำหนิรัสเซีย ซึ่งโจมตีเป้าหมายที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดหายนะจากเหตุกัมมันตรังสีรั่วไหล สะท้อนความไม่จริงใจในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงของรัสเซีย
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลจุดที่ถูกโดรนรัสเซียโจมตีครั้งนี้ เคยเกิดเหตุแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ละลาย จนเกิดระเบิด ปล่อยกัมมันตรังสีรั่วไหลไปทั่วยูเครน, เบลารุส, รัสเซีย และส่วนหนึ่งของยุโรป จนมีผู้เสียชีวิตทั้งในที่เกิดเหตุกว่า 30 คน และเสียชีวิตในเวลาต่ออีกอีกกว่า 4,000 คน ไม่รวมผู้ที่ล้มป่วยจากกัมมันตรังสีอีกเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีการปิดโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลอย่างถาวร และสร้างโครงคอนกรีตและเหล็กคลุมไว้ เพื่อป้องกันรังสีรั่วไหล