"ปัสสาวะ" คือของเสียที่ไตกรองออกมาจากเลือด โดยปกติปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีเหลืองเข้มใส ไม่ขุ่น ซึ่งความอ่อน ความเข้มก็อาจขึ้นอยู่กับการดื่มน้ำ แต่หากสีของปัสสาวะเปลี่ยนไปก็อาจแสดงถึงความผิดปกติ ซึ่งสีปัสสาวะก็เป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกโรคได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคไต โรคเบาหวาน โรคตับ ฯลฯ โดยเราสามารถสังเกตความผิดปกติได้จาก ปัสสาวะที่เปลี่ยนสีไป
โดยวันที่ 19 ก.พ.68 ทางเพจเฟซบุ๊ก "เรียนหมอ" ได้ให้ความรู้ เกี่ยวกับวิธีสังเกตสีปัสสาวะ ที่อาจบ่งบอกได้ว่าเรากำลังป่วยโรคใดโรคหนึ่งอยู่ก็เป็นได้ ข้อความระบุว่า
สีปัสสาวะบอกโรคได้ ฝึกสังเกตร่างกายตัวเองให้เป็นนิสัย หมอคนแรกก็คือตัวเราเอง
-ปัสสาวะมีฟอง สงสัยมีปัญหาทางไต เวลามีโปรตีนรั่วมาจากปัสสาวะ ถ้าเวลาเราฉี่จะทำให้ทำให้เกิดฟอง
-ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด สงสัยปัญหาโรคตับ
-ปัสสาวะมีเม็ดสายปน ปวดบั้นเอวร่วมด้วย ถ้าเป็นผู้ชายอาจจะปวดลงที่ถุงอัณฑะ ผู้หญิงปวดไปที่แคมใหญ่ สงสัยพวกนิ่ว
-ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะไม่สุด สงสัยกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
-ถ้าเป็นคนทานน้ำเยอะ สีปัสสาวะก็จะอ่อนๆ ถ้าทานน้ำน้อย สีก็จะเข้มๆ แค่ก้มดูก็ทำให้รู้เราทานน้ำในแต่ละวันพอยัง
จะเห็นได้ว่าแค่สีของปัสสาวะ ก็บอกภาวะต่างๆของร่างกายได้มากมายเลย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์โรคไต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า ปัสสาวะที่มีสีเปลี่ยนไปไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงต่อสุขภาพจนต้องรู้สึกวิตกกังวล แต่ควรรีบไปพบแพทย์หากพบว่าปัสสาวะมีความผิดปกติดังนี้
1.หากปัสสาวะมีสีชมพูหรือสีแดงเพราะมีเลือดออกปนกับปัสสาวะ
2.ปัสสาวะมีสีน้ำตาลเข้มหรือสีส้ม ผิวหนังและดวงตาเป็นสีเหลือง อุจจาระมีสีซีด อาจเกิดจากตับทำงานบกพร่อง
3.ปัสสาวะมีสีที่แปลกไปอย่างไม่มีสาเหตุติดต่อกันนานหลายวัน
ขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊กเรียนหมอ, ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์