ตำรวจไซเบอร์จับกุมแก๊งหลอกข้าราชการบำนาญ อ้างช่วยเหลือรับเงินบำเหน็จดำรงชีพ สุดท้ายลวงติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน สูญกว่า 5 แสนบาท
วันที่ 21 ก.พ.68 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น.รรท. รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 และ พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลจับกุมแก๊งหลอกข้าราชการบำนาญ อ้างช่วยเหลือรับเงินบำเหน็จดำรงชีพ สุดท้ายลวงติดตั้งแอป ดูดเงิน สูญกว่า 5 แสนบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.พ.68 สามีของผู้เสียหาย ได้ขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน จนสูญเงินกว่า 540,000 บาท โดยภรรยาวัย 66 ปี ได้รับโทรศัพท์ซึ่งโทรมาที่เครื่องของสามี โดยปลายสายเป็นหญิงแจ้งว่าเป็นอาจารย์ อ้างว่าสามีของตนยังไม่ได้รับเงินบำเหน็จดำรงชีพจากกองคลังของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และจะช่วยลงทะเบียนให้เพื่อให้ได้รับเงินบำเหน็จ ผู้เสียหายจึงอาสาทำแทนสามี คนร้ายได้ส่งลิงก์มาทาง SMS ให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ ชื่อ “กองบริหารการคลัง”
ต่อมามีการวิดีโอคอล แต่ไม่ได้แสดงใบหน้าให้เห็นภาพของคนร้าย จากนั้นคนร้ายได้ส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลด อ้างว่าเพื่อประสานกับกรมบัญชีกลางของกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดำเนินการต่อ ก่อนส่งอีกลิงก์ปรากฏรูปและข้อความว่า“Digital Pension - แอปพลิเคชันใน Google play ระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล” ทำให้หลงเชื่อว่าเป็นแอปพลิเคชันของกระทรวงการคลังจริง ระหว่างนั้น สามีร่วมพูดคุยคนร้ายจึงได้บอกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของภรรยา เพื่อสะดวกแก่การตรวจสอบ และคนร้ายยังสอบถามเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหาย จึงมั่นใจว่าเป็นมิจฉาชีพและได้กดวางสายไป ตรวจสอบพบว่าโทรศัพท์มือถือไม่สามารถทำรายการได้ และไม่สามารถปิดเครื่องได้ ก่อนพบข้อความว่ามีเงินถูกโอนออกจากบัญชี จำนวน 540,000 บาท
ตำรวจสืบสวนพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของ นายภูวนัยฯ และมีบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายอีกหลายบัญชี น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตำรวจจึงขอหมายจับ นายภูวนัยฯ อายุ 34 ปี โดยควบคุมตัวได้ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.โพทะเล อ.โพทะเล จ.พิจิตร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบสวนเบื้องต้นให้การว่าเมื่อช่วงต้นปี 2567 ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้เปิดบัญชีให้เว็บพนัน จึงตกลงเปิดบัญชีที่ กทม. และ สระแก้ว รวม 6-7 บัญชี ได้รับค่าจ้างบัญชีละ 500-1,000 บาท สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับอีกคน คือ น.ส.เด่นณภาฯ พบว่าถูกจับกุมในพฤติกรรมลักษณะเดียวกัน โดยได้หลอกลวงเงินผู้เสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดสุรินทร์ พ.ต.อ.อภิรักษ์ฯ จึงได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป