รถทัวร์ศึกษาดูงานเทศบาลพรเจริญ บึงกาฬ รถคันเกิดเหตุมีพรบ.ภาคบังคับ กรณีเสียชีวิตจะได้รับชดเชย 500,000 บาทต่อราย

รถทัวร์ศึกษาดูงานเทศบาลพรเจริญ บึงกาฬ รถคันเกิดเหตุมีพรบ.ภาคบังคับ กรณีเสียชีวิตจะได้รับชดเชย 500,000 บาทต่อราย

View icon 7.7K
วันที่ 26 ก.พ. 2568 | 12.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คืบหน้า รถทัวร์ศึกษาดูงานเทศบาลพรเจริญ บึงกาฬ รถคันเกิดเหตุมีพรบ.ภาคบังคับ กรณีเสียชีวิตจะได้รับชดเชย 500,000 บาทต่อราย  และมีประกันภัยประเภท 3 ให้ความคุ้มครองผู้เสียชีวิต 500,000 บาทต่อราย เช่นกัน แล้วก็มีประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีผู้โดยสารและผู้ขับขี่เสียชีวิตให้ความคุ้มครอง 50,000 บาทต่อราย

คืบหน้า ในช่วงเช้าวันนี้ 26 ก.พ.68 ที่โรงพยาบาลนาดี พบญาติผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทางแพทย์ พยาบาลกำลังให้การปฐมพยาบาลเป็นการด่วน ส่วนผู้เสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้การพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จเรียบร้อย ได้ให้ทางญาติมายืนยันตัวตน ก่อนให้ญาติรับศพขึ้นรถกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี จำนวน 20 คัน  เดินทางไปส่งศพที่ จ.นครราชสีมา เพื่อรอรถกู้ภัยจากจังหวัดบึงกาฬ เดินทางมารับศพไปภูมิลำเนา จ.บึงกาฬ

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งทาง นายวีระพันธุ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่มาดูแลผู้บาดเจ็บ รวมทั้งญาติที่มารอรับศพที่โรงพยาบาลนาดี ส่วนที่เกิดเหตุนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยปภ.จังหวัดปราจีนบุรี  เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ว่ายังมีศพหลงอยู่ใต้ท้องรถหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าไม่พบผู้เสียชีวิต ก่อนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานรถยกเพื่อเข้ามาทำการยกรถและเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาที่ สภ.วังขอนแดง อ.นาดี ส่วนรถอีก 2 คัน เป็นคณะศึกษาดูงานได้ยกเลิกการศึกษาดูงานและได้เดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป

ส่วนจุดเกิดเหตุบนถนนเส้น 304 ที่บริเวณศาลปู่โทน เกิดอุบัติเหตุมีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงขาลงมาจากพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อถึงบริเวณจุดสกัดผางาม จะเป็นทางลงเขาตลอดและเป็นทางคดโค้ง ทำให้รถที่มีสภาพไม่สมบูรณ์หรือคนขับไม่ชินทางเกิดอุบัติตลอดเวลา โดยก่อนหน้านี้เคยมีนักศึกษาเสียชีวิตบริเวณเขาโทนถึง 22 รายมาแล้ว

นายบุญทัน อายุ 64 ปี เจ้าของรถ นั่งอยู่เก้าอี้หลังคนขับ กล่าวว่า ขณะที่รถกำลังลงเขา ใกล้ช่วงลงเขาใกล้จะพ้นมาแล้ว คนขับกำลังเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์ 3 มาเป็นเกียร์ 2 เกียร์ 1 พอเปลี่ยนเกียร์ปุ๊บ เหยียบเบรกก็ไม่ได้  เข้าเกียร์ก็ไม่ได้ เพราะลมหมดถ้าประคับประคองลงมาก็จะไปชนคันข้างหน้า คนขับเขาก็เลยหักออก ก็เลยไปชน แท่งแบริเออร์ แล้วรถก็พลิกข้ามแผ่นแบริเออร์ แล้วก็ไปชนกับเนินหินที่โครงการทำไว้ หลังคาก็เปิดออก คนก็กระเด็นออกมาจากรถ

นายรชฏ เกตุบรรจง ผอ.คปภ.จังหวัดนครนายก ที่ดูแลพื้นที่ จ.นครนานยกและปราจีนบุรี  กล่าวว่ารถมี พรบ.ภาคบังคับ กรณีเสียชีวิตจะได้รับชดเชย 500,000 บาทต่อราย  และมีประกันภัยประเภท 3 ให้ความคุ้มครองผู้เสียชีวิต 500,000 บาทต่อราย เช่นกัน แล้วก็มีประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลกรณีผู้โดยสารและผู้ขับขี่เสียชีวิตให้ความคุ้มครอง 50,000 บาทต่อราย  ผู้โดยสารก็จะได้รับคุ้มครองประกันภัย พรบ.วงเงินสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อราย

นายวีระพันธุ์  ดีอ่อน   ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี  ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์   กล่าว่า   การป้องกันปัญหาหรืออุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นในลักษณะนี้  ช่วงเวลาที่ผ่านมาจังหวัดปราจีนบุรีกับกรมทางหลวงได้หาแนวทางแก้ปัญหาและก็มีข้อเสนอที่จะจัดสรรงบประมาณมาเพื่อสร้างเป็นจุดพักรถสำหรับผู้เดินทางทั้งตัวรถและผู้ควบคุมรถให้ได้ผ่อนคลาย  แต่ช่วงนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกรมอุทยานฯ  คาดว่าในปีนี้น่าจะได้ข้อยุติที่กรมทางหลวงจะสามารถจัดสรรงบประมาณก่อสร้างจุดพักรถได้  อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้วสิ่งที่จะต้องช่วยกันก็คือเรื่องของผู้บาดเจ็บและการเยียวยาของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่  รวมทั้งเครือข่ายและมูลนิธิต่างๆช่วยกันเต็มกำลังขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสียด้วย
(วัชรพงศ์  สุภรณ์ไพจิต จ.ปราจีนบุรี)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง