"ค่าการกลั่น" พุ่งเป็นกลไกปกติ กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันไม่มีผลต่อราคาน้ำมัน

"ค่าการกลั่น" พุ่งเป็นกลไกปกติ กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันไม่มีผลต่อราคาน้ำมัน

View icon 51
วันที่ 13 มี.ค. 2569 | 15.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"ค่าการกลั่น" พุ่งช่วงนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เป็นผลจากส่วนต่าง “น้ำมันดิบ-สำเร็จรูป” ตามกลไกตลาดสากล ไม่มีผลต่อราคาน้ำมันที่ประชาชนเติม 
.
วันนี้ (13 มี.ค.69) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้หารือกับผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความผันผวนของราคาน้ำมัน และประเด็นค่าการกลั่น (Refinery Margin)
.
จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ไม่พบความผิดปกติของค่าการกลั่นที่สูงขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งการปรับขึ้นนั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยโรงกลั่นหรือภาครัฐ แต่เป็นผลมาจากกลไกตลาดสากลที่คำนวณจากส่วนต่างของ 2 ส่วนหลัก คือ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล LPG ที่อิงตามราคาตลาดภูมิภาคหรือม็อบสิงคโปร์ (MOPS) หักลบด้วยต้นทุนน้ำมันดิบที่เป็นไปตามกลไกการซื้อขายล่วงหน้า
.
นายสราวุธ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ค่าการกลั่นที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รายงานนั้น เป็นการสะท้อนสถานการณ์จริงในตลาด ซึ่งมีทั้งช่วงที่เป็นบวกและติดลบ ค่าการกลั่นนี้ไม่ได้สะท้อนผลกำไรที่แท้จริงของโรงกลั่นเสมอไป เนื่องจากหากโรงกลั่นไม่มีประสิทธิภาพ แม้ค่าการกลั่นจะสูงก็อาจประสบภาวะขาดทุนได้
.
นอกจากนี้ การซื้อน้ำมันดิบมาในราคาสูง แต่เมื่อกลั่นแล้วราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกกลับปรับตัวลดลง โรงกลั่นก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการขาดทุนเช่นกัน
.
ทั้งนี้ นายสราวุธ ย้ำว่า ค่าการกลั่นเป็นเพียงดัชนีที่บอกส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละวันเท่านั้น ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อราคาที่ประชาชนจ่ายหน้าปั๊ม
.
โดยราคาขายปลีก ณ สถานีบริการ จะอิงจากราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งเป็นราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปบวกด้วยภาษีและกองทุนต่าง ๆ ตามกลไกตลาดเสรี ซึ่งในบางช่วงเวลา เช่น สถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากความตื่นตระหนกของตลาด (Panic) แม้ต้นทุนน้ำมันดิบจะยังไม่ปรับขึ้นก็ตาม
.
สำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำมันในสัปดาห์หน้า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน และนำเสนอต่อ ศบก. ต่อไป
.
ส่วนความคืบหน้าเรื่องการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ตามข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาทางเลือก (Explore) พบว่า ในเชิงเทคนิคโรงกลั่นในประเทศไทย สามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้ โดยขั้นตอนต่อไป จะเป็นการประสานงานร่วมกับกลุ่มโรงกลั่นและเทรดเดอร์ เพื่อพิจารณารายละเอียดการจัดซื้อ
.
เบื้องต้นจะอิงกับราคาน้ำมันดิบบรอนท์ (Brent) เป็นหลัก เพื่อหวังให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานของประเทศ และจัดหาน้ำมันทดแทนจากแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางที่มีข้อจำกัดในการขนส่งและผลิตในปัจจุบัน
.