การส่งออกข้าวไทยปี 2568 ลดลงเหตุ "อินเดีย" กลับมาขายข้าว เร่งหาทางรอด
วันนี้ (26 ก.พ. 68) สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เผยว่า การส่งออกข้าวไทยในปี 2568 อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากที่ไทยสามารถส่งออกข้าวได้ถึง 9.94 ล้านตัน ในปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 13.4% จากปีก่อน
แต่ในปี 2568 กลับมีแนวโน้มว่าปริมาณการส่งออกอาจลดลงเหลือ 7.53 ล้านตัน หรือลดลงกว่า 24.7% หนึ่งในปัจจัยหลักคืออินเดียกลับมาส่งออกข้าว ราคาข้าวโลกจึงปรับตัวลดลง ทำให้ข้าวไทยซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่งต้องเผชิญกับความกดดันด้านราคาอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน เวียดนามและปากีสถานยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญ เนื่องจากสามารถส่งออกข้าวในราคาที่ต่ำกว่าข้าวไทยราว 30-40 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลให้หลายประเทศที่เคยนำเข้าข้าวจากไทยเริ่มหันไปพิจารณาตัวเลือกที่ถูกกว่า
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่ผันผวนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยแข่งขันได้ยากขึ้น หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ต้นทุนการส่งออกก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แม้ว่าราคาข้าวไทยในช่วงต้นปี 2567 เคยสูงถึง 10,000 บาทต่อตัน แต่ปัจจุบันได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 7,000-8,000 บาทต่อตัน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับเกษตรกรที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 6,500 บาทต่อตัน
เกษตรกรจำนวนมากจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนให้ราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ 11,000 บาทต่อตัน เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเป็นมูลค่ากว่า 1.89 พันล้านบาท เช่น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและช่วยเหลือค่าฝากเก็บข้าว แต่เกษตรกรหลายรายยังคงไม่พอใจ และเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้มีมาตรการที่ครอบคลุมมากกว่านี้
นอกจากปัจจัยด้านราคาและการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่อาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวของไทย โดยในปี 2568 ไทยคาดว่าจะมีผลผลิตข้าวเปลือกประมาณ 34 ล้านตัน หรือคิดเป็น 22 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งสูงกว่าความต้องการบริโภคภายในประเทศที่อยู่ที่ 11 ล้านตัน หมายความว่า ไทยยังคงมีข้าวเหลือสำหรับการส่งออก แต่หากเกิดภัยแล้ง หรือปัญหาน้ำท่วม อาจส่งผลให้ผลผลิตลดลง และกระทบต่อปริมาณข้าวที่สามารถส่งออกได้
แม้ว่าสถานการณ์ในปี 2568 จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ข้าวไทยยังคงมีโอกาสในตลาดโลก หากสามารถพัฒนาคุณภาพข้าว ควบคุมต้นทุนการผลิต และปรับกลยุทธ์ด้านราคาตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกันการขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ ที่ต้องการข้าวคุณภาพสูงก็อาจเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ข้าวไทยยังคงรักษาสถานะในตลาดโลกได้ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงการสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตของการส่งออกข้าวไทยในปี 2568