กัมพูชา ส่งตัวคนไทย 119 คน กลับประเทศ หลังถูกจับเกี่ยวคดีคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ในนี้มี 7 คน มีหมายจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และมีเยาวชน อายุ 17 ปี 4 คน จ่อฟันโทษหนักฐานอั้งยี่ซ่องโจร
วันนี้ ( 1 มี.ค.68 ) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยัง ผ่านด่านถาวรคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อรับตัวคนไทย 119 คน ที่ถูกทางการกัมพูชา จับกุมจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองปอยปอต ก่อนหน้านี้ และถูกส่งกลับประเทศไทย โดยแบ่งเป็นชาย 60 คน หญิง 59 คน ในจำนวนนี้มีคนที่มีส่วนพัวพันบัญชีม้าแก๊งคอลเซนเตอร์ มีหมายจับติดตัว 7 คน รวม 15 หมายจับ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคน ที่มีมีหมายจับติดตัวในคดีอื่น ๆ ซึ่งคนที่มีหมายจับ ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด และพบว่ามีเยาวชนอายุ 17 ปี จำนวน 4 คน รวมอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งจะต้องเข้ากระบวนการคัดกรอง คัดแยก และตรวจสอบ จากนั้นจะนำส่งไปยังศูนย์คัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งเยาวชน 4 คน จะต้องถูกแยกออกไป
พล.ต.อ.ธัชชัย เผยว่า หากสอบปากคำ 119 คน แล้วเสร็จ พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง และไม่ได้ตงเป็นเหยื่อถูกหลอกไปทำงาน เบื้องต้นจะตั้งข้อหา องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นข้อหาที่หนัก มีโทษจำคุกเกิน 10 ปี สำหรับรายงานผลสอบปากคำทางฝั่งกัมพูชา พบว่า ทั้ง 119 คน ไปกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ ในระหว่างที่อยู่ประเทศกัมพูชา ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ หรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ทุกคนสมัครใจ ซึ่งทางการกัมพูชา ได้ทำการจับกุมและส่งตัวกลับมาที่ไทย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งไทยมีพยานหลักฐานเพียงพอ ประกอบกับผลสอบของทางการกัมพูชา ยิ่งจะทำให้การดำเนินการของฝั่งไทยง่ายขึ้น
พล.ต.อ.ธัชชัย เผยต่อว่า ผลสอบทางการกัมพูชาพบว่า คนไทยทั้ง 119 คน เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ และพบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง ทางการไทยก็จะนินคดีทุกข้อหา และจะดำเนินคดีข้อหาที่หนักที่สุด คือข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร รวมถึงข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เพื่อจะได้เป็นคดีตัวอย่าง จะไม่สามาถอ้างได้ว่าเป็นเหยื่อถูกหลอก และเชื่อทั้ง 119 คน น่าจะเตรียมความพร้อมมา รวมถึงรู้วิธีการใช้คำพูด จากประสบการณ์ที่ไปทำงานเป็นสแกรมเมอร์ แต่ตำรวจก็มั่นใจในเรื่องของพยานหลักฐานที่จะเอาผิดกลุ่มคนเหล่านี้ได้