ว่อนคลิปครูศูนย์เด็กเล็ก ใช้เท้าเหยียบเด็กก่อนตบหัวซ้ำ

ว่อนคลิปครูศูนย์เด็กเล็ก ใช้เท้าเหยียบเด็กก่อนตบหัวซ้ำ

View icon 780
วันที่ 2 มี.ค. 2568 | 09.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ว่อนคลิปครูศูนย์เด็กเล็ก ใช้เท้าเหยียบเด็กก่อนตบหัวซ้ำ ญาติ เผย เหตุการณ์เกิดขึ้นปี 2567 แต่เพิ่งเห็นคลิป ล่าสุดพ่อแจ้งความดำเนินคดีแล้ว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปลงในเพจดังใน จ.สตูล คลิปดังกล่าวเป็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นภาพของนักเรียนกำลังยืนแถว ต่อมามีนักเรียนคนหนึ่ง วิ่งออกมา แล้วชนกับเพื่อนอีกคน ก่อนล้มลงไปนอนลงกับพื้น ต่อมาปรากฏภาพของผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปใช้เท้าเหยียบเด็กชายคนดังกล่าว เมื่อเด็กลุกขึ้นนั่งผู้หญิงคนดังกล่าวก็ได้ใช้มือตบตรงศีรษะเด็กชายไปอีก 1 ครั้ง จนกระทั่งผู้หญิงเสื้อสีดำเดินเข้ามาประคองเด็กให้ลูกขึ้น คลิปดังกล่าวมีการแชร์และแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

ต่อมาผู้สื่อข่าวติดต่อสอบถามไปยังเจ้าของคลิปซึ่งได้ทราบว่าเป็นแม่ของเด็กชายผู้ถูกกระทำโดยให้ข้อมูลว่าตนแยกทางกับพ่อเด็ก เรื่องข้อมูลที่เกิดขึ้นให้ไปสอบถามที่พ่อของเด็กก่อน ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังพื้นที่หมู่ที่1ต.ทุ่งบุหลัง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ซึ่งเป็นบ้านของพ่อเด็ก แต่ไม่พบเนื่องจากพ่อออกทะเลทำประมง มีโอกาสได้พูดคุยกับนางดวงดาว ยายของเด็ก เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า คลิปดังกล่าวหลานชายของตนเป็นเด็กในคลิปจริง โดยพ่อของเด็กได้คลิปมาจากผู้หวังดี หลังจากครอบครัวได้เห็นคลิปก็รู้สึกหดหู่ใจและเสียใจมาก นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงที่กระทำดังกล่าวเป็นครูในศูนย์ที่นั่น จากการตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่4 มีนาคมปี2567 ซึ่งใกล้จะครบปีแล้ว ขณะนั้นหลานชายตัวเองอายุ4ขวบเรียนอยู่ชั้นอนุบาล1 แต่ตนและครอบครัวเพิ่งได้เห็นเมื่อวันที่26ก.พ ปีนี้ ตอนนี้หลานอยู่ชั้นอนุบาล2แล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่องราวว่าครูในศูนย์ดังกล่าวทำร้ายเด็กเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับหลานตัวเอง หลังจากได้เห็นคลิปก็ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สภ.ทุ่งหว้า และได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับนายกอบต.ท่งบุหลัง โดยนายกฯได้รับทราบเรื่องแล้วและพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อสอบสวนหาความจริงและสาเหตุที่เกิดขึ้น

ยายของเด็กเล่าต่อว่า พอนึกย้อนไปแม้นจะปีกว่าแล้วแต่ก็จำได้ว่าหลานเคยมาบอกว่าเจ็บคอโดนเหยียบที่คอไม่อยากไปโรงเรียน แต่ทางพ่อและญาติก็คิดว่าคงจะซุกซนและทะเลาะกับเพื่อนตามประสาเด็กซน ก็เลยไม่ถามอะไร หลังจากมีคลิปหลุดไป ทางฝั่งผู้ก่อเหตุก็ติดต่อผ่านคนอื่นมาเพื่อจะมาที่บ้านแต่ทางพ่อเด็กและญาติๆไม่อนุญาตและไม่ขอพูดคุยเจรจาใดๆ เพราะถือว่าการกระทำดังกล่าวมันรุนแรงเกินไป จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
              
ต่อมา นายกริชชัย ภู่ฉุน นายอำเภอทุ่งหว้า ได้เดินทางมายังบ้านของเด็กชายดังกล่าวเพื่อเยี่ยมเยียนและติดตามสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนเองได้รับทราบข้อมูลก็ได้ติดต่อพูดคุยกับนายกอบต.ทุ่งบุหลัง ในเรื่องของการดำเนินการทางโทษส่วนแรกที่จะต้องดำเนินการกับผู้ที่ปฎิบัติในคลิป คือด้านวินัยโดยนายกก็ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อสอบสวนอาผิดทางวินัย โดยระหว่างการสอบสวนจะทำหนังสือไปยังต้นสังกัดเพื่อพิจารณาส่งเจ้าหน้าที่ที่ก่อเหตุออกนอกพื้นที่ไปก่อนเพื่อไม่ให้มายุ่งกับการสอบสวน

ในส่วนที่2ทราบว่าทางผู้เสียหายได้เข้าไปแจ้งความไว้แล้ว ทางตนเองได้พูดคุยกับทางผู้กับกับการสภ.ทุ่งหว้า เพื่อสอบสวนในด้านทางอาญา เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกันกระทำความผิดในประมวลกฏหมายอาญามาตรตรา295มีโทษจำคุกไม่เกิน2ปี ซึ่งทางตำรวจจะเร่งสอบสวนสืบสวนให้ความเป็นธรรมทั้ง2ฝ่ายต่อไป

ส่วนที่3เรื่องการเยี่ยวยาผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กชายอายุแค่5ขวบ ทางตนเองจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาประเมินเรื่องของผลกระทบทางด้านร่างกายและจิตใจซึ่งเป็นเรื่อสำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม ฝากขอบคุณโลกโซเชียลที่ได้แชร์เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นำมาสู่การช่วยเหลือและนำไปสู่การแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
            
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนางสาวธัญญมาศ แม่ของเด็ก โดยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองกับพ่อเด็กเลิกรากันตั้งแต่ลูกยังเล็ก โดยตกลงกันว่าพ่อจะเป็นผู้ดูแลลูก แต่ตนก็จะไปรับลูกมาอยู่ด้วยทุกวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนคลิปที่ตนโพสต์ลงโซเชื่ยลพ่อเด็กเป็นคนส่งมาให้ เมื่อได้เห็นถึงกับน้ำตาไหล ไม่นึกว่าโรงเรียนซึ่งเป็นที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดที่ผู้ปกครองทุกคนให้ความไว้ใจ กลับมีการกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้จากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครู ทำให้รู้สึกว่าลูกไม่ปลอดภัย ก่อนหน้านี้ลูกก็เคยเล่าให้ฟังว่าคุณครูคนดังกล่าวเหยียบคอ แต่ตนก็ไม่เชื่อคิดว่าเป็นข้ออ้างของเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียน แต่พอเห็นคลิปตนเองเสียใจมาก แต่อย่างไรก็มอบหน้าที่ให้ทางพ่อของลูกดำเนินการก่อน แต่ตนเองก็ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเช่นกันเพราะไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้กับเด็กๆคนไหนอีก