เร่งตามหา ! เก๋งเปลี่ยนเลนกะทันหัน ชน จยย.แล้วชิ่งหนี

View icon 190
วันที่ 5 มี.ค. 2568 | 11.16 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามหาด่วน คนร้ายชนแล้วหนี รถเก๋งเปลี่ยนเลนกระทันหัน ทำคนขับจักรยานยนต์ที่อยู่ข้าง ๆ บาดเจ็บไปด้วย เป็นอย่างไรไปดูภาพนี้

รถเก๋งเปลี่ยนเลนกะทันหัน ชนรถ จยย.แล้วชิ่งหนี
ทำไมถึงเปลี่ยนเลนดื้อ ๆ แบบนี้ เห็นเหมือนกันใช่ไหม เบียดชนเขาแล้ว มีชะลอรถนิดหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ขับหนีไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณถนนราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

ทีมข่าวติดต่อผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ยังตามจับตัวคนร้ายไม่ได้ โดยเหตุเกิดขึ้นตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 3 มีนาคมนี้ ตนเสร็จจากงานแล้วกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ระหว่างตีคู่กับตนเก๋งคันดังกล่าว ตนสังเกตว่าเขาชะลอรถแปลก ๆ ก็เลยชะลอตาม คิดว่าจะเลี้ยวไหมหรือยังไง แต่ก็เห็นว่ายังไม่ตบไฟเลี้ยว จึงตัดสินใจเร่งเครื่องจะขี่แซง แต่จู่ ๆ รถเก๋งก็เปลี่ยนเลนกะทันหันแบบไม่เปิดไฟเลี้ยวด้วย แล้วก็เบียดจักรยานยนต์ออกมาเลย

ตอนนี้คนเจ็บมีรอยถลอกตามร่างกาย อาจต้องใช้เวลารักษาตัวนานกว่า 1 เดือน เพราะกระดูกหัวไหล่หลุด ต้องใส่เฝือกอ่อนไว้จนกว่าจะดีขึ้น ซึ่งระหว่างนี้ต้องขาดรายได้ไปอย่างช่วยไม่ได้

เบื้องต้นเข้าแจ้งความที่ สน.ภาษีเจริญ แล้ว แต่ยังไร้ความคืบหน้า เพราะตำรวจบอกว่ากล้องวงจรปิดในพื้นที่เมมโมรีการ์ดเสีย จึงไม่สามารถทำอะไรได้

พีท เครียดอยากขอโทษคู่กรณีทุกคน
ส่วนความคืบหน้าเรื่องของ "พีท" ชายที่ขับรถเก๋งสีแดง มีข่าวออกมาว่า เจ้าตัวให้ญาติติดต่ออยากจะมาขอโทษคู่กรณีทุกคน ทีมข่าวเลยสอบถามเรื่องนี้กับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจฯ สายไหมต้องรอด ยืนยันว่าญาติของ "พีท" ติดต่อมาหาตนเองจริง เดี๋ยววันนี้คงจะได้คุยในรายละเอียดกันอีกที

แต่เท่าที่ฟังคร่าว ๆ คือตอนนี้ "พีท" สภาพจิตใจย่ำแย่ เครียดหนัก อยากขอโทษคู่กรณีทุกคนที่ตนเองเคยขับรถไม่ดีใส่ จึงบอกไปว่า เรื่องขอโทษก็คงต้องว่ากันไป แยกส่วนกับเรื่องทางคดี ที่อันนั้นตำรวจจะต้องพิจารณา

แล้วเรื่องความผิดฐานพยายามฆ่า นายเอกภพ พูดเรื่องนี้กับเราตรง ๆ ว่าต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจตำรวจ ซึ่งตนเองก่อนจะไปเจอพนักงานสอบสวน ก็ได้หารือเรื่องนี้กับผู้ที่มีความรู้ด้านกฎหมาย ก็ยืนยันว่าสามารถเอาผิดได้ ถ้าสอบปากคำผู้ก่อเหตุดี ๆ เพราะมีพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ถึงได้พูดออกไปว่า น่าจะเอาผิดในข้อหานี้ได้ แต่สุดท้ายจะได้หรือไม่ได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับตำรวจเป็นผู้พิจารณา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง