ไขปริศนา “จารึกบานประตู-หน้าต่าง”วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ภายในพระวิหารฯ ประดิษฐาน "พระพุทธสิหังคปฏิมากร" ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจำลอง และหล่อจากพุทธลักษณะของพระพุทธสิหิงค์ พร้อมพระราชนิพนธ์ พระนามว่า สิหิงค แปลว่า “มีลักษณะท่าทางเหมือนราชสีห์
"พระพุทธสิหังคปฏิมากร" หันหน้าไปทางทิศเหนือ มองออกไปที่หน้าบานประตูทางเข้าพระวิหารฯ เหนือบานประตู จรดจารึกอักษรขอมโบราณ เช่นเดียวกับ บานหน้าต่าง และ ประตูด้านหลัง รวม 19 บาน ซึ่งจารึกทั้งหมดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ครั้งล้นเกล้า รัชกาลที่ 4
พระมหาอนุลักษ์ ชุตินันโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐ์ฯ กล่าวว่า ในการสร้างพระวิหารหลวง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสอดแทรกคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ลงไปในทุกรายละเอียด เริ่มจากผังพระวิหาร บานประตู-หน้าต่าง รวม 19 บาน นอกจากประดับมุกญี่ปุ่น ศิลปะสกุลช่างนางาซากิ เหนือบานประตูและหน้าต่าง ยังมีจารึกปูนปั้นอักษรขอมย่อย ที่เป็นปริศนาชวนให้คนสงสัยว่า อักษรเหล่านั้น คือข้อความอะไร ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ทรงสร้างไว้ จึงทำให้ทางวัดราชประดิษฐ์ ต้องเชิญนักภาษาศาสตร์จากรมศิลปากรมาช่วยไข
“เป็นข้อสงสัยมาเนิ่นนาน ว่าข้อความนี้คือะไร แต่กลับไม่มีปรากฎ ถามพระในวัดก็ไม่มีใครทราบ แม้แต่ในหนังสือของวัด ก็ไม่ปรากฎ คาดเดาว่าเป็นหลักธรรม และทราบแต่ว่าเป็นเรื่องโอวาทปาติโมกข์ จึงขอความอนุเคราะห์จากกรมศิลปากร ส่งนักภาษาศาสตร์ มาปริวรรตคัดถ่ายทอด ออกมาเป็นข้อความในชนรุ่นหลังทราบ ซึ่งต่อไปจะง่ายแก่การซ่อมแซมในอนาคต แม้ว่าผ่านมา 160 ปีแล้ว ยังไม่เคยชำรุดมาก่อน ”พระมหาอนุลักษ์ กล่าว

พระมหาอนุลักษ์ ยังกล่าวอีกว่า ในการก่อสร้างพระวิหารหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าจอมเกล้าอยู่หัว ทรงออกแบบ เน้นความเรียบง่าย และความเท่าเทียมในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา เห็นได้จากบานประตูทางเข้าพระวิหารหลวง มีแค่บานเดียว ไม่ว่าจะเป็นใคร มียศศักดิ์ แค่ไหน ต้องใช้บานประตูนี้เข้ามาผิดแผกกับวัดอื่นที่มีการแยกบานประตู
นอกจากนี้จิตรกรรมฝาผนังพระวิหาร ด้านบนติดกับเพดาน ออกแบบ ใช้สีฟ้า และขนาดเทพยดาชุมนุมขนาดเล็กเหมือนศิลปะตะวันตก ดูร่วมสมัย ส่วนจิตรกรรมที่คั้นบานประตูหน้าต่าง เป็นเรื่องราวของพระราชพิธี 12 เดือน ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์ รูปแบบการวาดแบบ Bird's eye view ทำให้ทราบเรื่องวิถีชีวิต ของคนในช่วง ต้นรัตนโกสินทร์
“ดังนั้น จารึกบานประตูหน้าต่างมาก่อน ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระราชพิธี 12 เดือน เกิดขึ้นที่หลัง เพราะเป็นเหตุการปลายรัชกาลที่ 4 สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 และระยะเวลาในการก่อสร้างพระวิหารรวม 7 เดือน ดังนั้นกระบวนก่อสร้างและสิ่งตกแต่งในพระวิหาร ถูกคิดมาอย่างละเอียดก่อนสร้าง จึง ”พระมหาอนุลักษ์ กล่าว
นายวัฒนา พึ่งชื่นบาน นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร เล่าว่า ได้รับการติดต่อจากวัดราชประดิษฐ์ จึงได้ทำการ “ปริวรรตคัดถ่ายทอด” อักษรโบราณเหนือบางประตูหน้าต่างทั้ง 19 บาน และเมื่อพิจารณาดูจะพบว่า อักษรที่ปรากฎนั้น เป็นอักษรขอมแบบย่อภาษาบาลี ที่มาจากพระไตรปิฎก ที่ไม่ได้มีการใช้แพร่หลายในปัจจุบันแล้ว
กระบวนการนี้ต้องถ่ายภาพ อักษรขอมที่ปรากฎจากนั้นแปลเป็นอักษรไทยปัจจุบันก่อนเทียบที่ละตัวจึงได้อักษรไทยภาษาบาลี จากนั้นเรียบเรียงเป็นรูปประโยคและแปล โดยสาเหตุที่ใช้อักษรขอม จารึกนั้น เพราะอักษรซ้อนเก็บ สามารถรวบรวมถ้อยคำภาษาบาลีอย่างครบถ้วน สามารถแบ่งเป็น 4 หัวข้อพระธรรม ได้แก่
1 จารึก โอวาทปาติโมกข์ อยู่บนในบานประตูที่ 1 ทางเข้า มีเนื้อหา เกี่ยวกับหัวใจของพระพุทธศาสนา มีหลักใหญ่ใจความว่า ความอดทน อดกลั้นเป็นตบะอย่างยิ่งของนักบวช ที่จะมุ่งสู่เป้าหมายคือพระนิพพาน ,การไม่ทำชั่วทั้งปวง และยังกุศลให้ถึงพร้อมไม่พูดร้าย และ ทำจิตใจให้หมดจดปราศจากกิเลสเศร้าหมอง
2 จารึก เวสารัชชธรรม 4 อยู่บนบานหน้าต่าง-ประตูที่ 2,10,11,19 มีใจความว่า ธรรมะที่ทำให้เกิดความแกล้วกล้าในหมู่มวลมนุษย์ เช่นพูดจริงทำจริง
3 จารึก อปริหานิยธรรม 7 อยู่บนบานหน้าต่างที่ 3-9 มีใจความว่า ธรรมของผู้ปกครองหรือของผู้บริหารอันเป็นที่ตั้งแห่งความเจริญฝ่าย เดียว ไม่มีความเสื่อม
4 จารึก อริยทรัพย์ 7 อยู่บนบานหน้าต่างที่ 12-18 มีใจความว่า ทรัพย์อันประเสริฐ มี 7 ประการ คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญา

“หากเป็นในอดีตสมัยรัชกาลที่ 4 เชื่อว่า พระ และสามเณร อาจเข้าใจความหมายของสิ่งที่จารึกเหนือบานประตูและหน้าต่างภายในพระวิหารหลวง เพราะใช้อักษรขอม ในการเรียนพระธรรมเป็นพื้นฐาน ใครเรียนภาษาบาลีต้องเรียนอักษรขอมเชื่อว่าจะทราบซึ้งและเข้าใจความหมาย แต่ปัจจุบันกลายเป็นภาษาโบราณไป จำเป็นต้องแกะเนื้อหาให้คนทั่วไปได้ทราบกัน ” นายวัฒนา กล่าว
นายวัฒนา กล่าวว่า อักษรขอมย่อย เดิมนิยมเขียนในใบลาน แต่การนำอักษรขอมมาปั้นแกะสลักแบบนูนต่ำ เหนือซุ้มบานประตู-หน้าต่าง เพิ่งพบครั้งแรก แต่ด้วยลักษณะนี้ ทำให้ยากแก่การคัดถ่ายทอด ต้องใช้การพินิจพิจารณา กว่า 2 เดือน เพื่อคัดถ่ายถอดถ้อยคำให้ได้ครบถ้วน ประกอบกับการได้รับหนังสือประวัติวัดราชประดิษฐ์ฯจึงทำให้ทราบว่า อักษรเหนือซุ้มประตู-หน้าต่างนี้ จารึกเกี่ยวกับโอวาทปาติโมกข์

“การพบอักษรขอมสะท้อนว่า สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คนที่อยู่ในแวดวงนักบวชต้องรู้อักษรขอม ควบคู่อักษรไทย ถ้าศึกษาหลักธรรมคำสอนต้องรู้จักอักษรขอม แต่ถ้าเขียนเรื่องประโลมโลก ต้องใช้อักษรไทย กาลเวลาผ่านไป มีการจัดทำพระไตรปิฎกอักษรไทยขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้อักษรขอมลดความสำคัญลง”
ข้อความที่จดจาร จารึกเหนือ บานประตู-หน้าต่าง วัดราชดิษฐ์ฯ เป็น หลักธรรม ตามพระราชประสงค์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ที่หวังให้ทั้งฆราวาสและพระสงค์ ได้ทราบซึ้งและในไปปฏิบัติใช้ เพื่อความเจริญมาสู่ชีวิต