ผู้นำสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวหลายเรื่อง ขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ระหว่างเดินทางกลับจากการพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ ที่รัฐฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) เพื่อกลับไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ประธานาธิบดี"โดนัลด์ ทรัมป์" ของสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการพูดคุยกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน"แอร์ฟอร์ซ วัน" ว่า เขาคาดหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับเจ้าหน้าที่ยูเครนในซาอุดีอาระเบีย จะออกมาในเชิงบวก พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ เตรียมหยุดการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครนแล้ว และกำลังทบทวนมาตรการภาษีศุลกากรต่างๆ กับรัสเซีย เพื่อเป็นการกดดันการเจรจาสันติภาพรัสเซีย และยูเครน นอกจากนี้ เขาไม่กังวลเกี่ยวกับการซ้อมรบร่วมทางทหารระหว่างรัสเซีย จีน และอิหร่านด้วย
ส่วนประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ เกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ (Shut Down ) ที่จะทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเผชิญความเสี่ยงที่จะไม่มีงบประมาณใช้นั้น เขาเชื่อว่า จะไม่เกิดขึ้น และสภาผู้แทนราษฎรจะได้รับคะแนนเสียงเพียงพอที่จะผ่านร่างกฎหมายการจัดสรรงบประมาณ ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน
การ"ชัตดาวน์" หรือการปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2524 (ค.ศ.1981) เมื่อประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ใช้สิทธิวีโตคัดค้านร่างงบประมาณ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องปิดทำการเป็นเวลา 2 วัน จากนั้น ก็มีการชัตดาวน์เกิดขึ้นอย่างน้อยอีก 10 ครั้ง ซึ่งมีตั้งแต่ปิดทำการครึ่งวันไปจนถึงเป็นนานนับเดือน โดยการ"ชัตดาวน์" หรือ การปิดทำการหน่วยงานรัฐครั้งล่าสุด เกิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม ปี 2561 ถึง 25 มกราคม ปี 2562 ซึ่งยาวนานที่สุดถึง 34 วัน
และเกี่ยวกับกรณี"ติ๊กต๊อก" (TikTok) ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลของเขากำลังหารือกับกลุ่มต่างๆ 4 กลุ่ม ในการขายแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนี้ ที่เป็นของจีน โดยเน้นย้ำว่า ยังมีทางเลือกอื่นๆ อยู่บนโต๊ะเจรจา
ทั้งนี้ อนาคตของ TikTok ยังไม่แน่นอน นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 มกราคม โดยกำหนดให้บริษัท"ไบต์แดนซ์" (ByteDance ) เจ้าของแพลตฟอร์ต Tik Tok ต้องขายกิจการในสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ มิฉะนั้นจะถูกแบน ซึ่งหลังจาก"ทรัมป์" เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เขาได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไป 75 วัน