บุกรวบ พันเอกหญิง และแพทย์หญิง พร้อมพวกอีก 7 คน ตัวการแก๊งทุจริตยา รพ.ทหารผ่านศึก
วันนี้ (26 มีนาคม 2568) สำนักงาน ป.ป.ท. นำโดยนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย ร่วมกับ บก.ปปป. นำโดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ช. นำกำลังเกือบ 100 นาย เปิดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก พร้อมทั้งสนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหา และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นำหมายจับ 8 หมาย และหมายค้น 17 หมาย กระจายกำลังเข้าจับกุม
โดยในวันนี้เป็นการร่วมกันทำการจับกุมผู้กระทำผิด โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 2 คน กลุ่มที่ 2. กลุ่มแม่ทีมเครือข่ายนำคนเข้ารับยา จำนวน 2 คน และ 3. กลุ่มรับซื้อยาและจำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จำนวน 4 คน
สำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 2 คน เจ้าหน้าที่นำหมายจับเข้าจับกุมพันเอกหญิง ก. ตัวการคนสำคัญของขบวนการ โดยจับกุมที่ที่แพลต ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งย่านเกียกกาย จากนั้นถูกคุมตัวไปที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่าน ถนนพระราม 4 ซึ่งพันเอกหญิง และลูกชายได้เช่าห้องบนชั้น 32 เป็นห้องพัก และชั้น 1 บริเวณลานจอดรถ ได้เปิดเป็นห้องซักรีดบังหน้า แต่กลับพบว่าเป็นจุดพักยา หลังจากที่เบิกยาจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก จะนำมาแกะ และลอกสติกเกอร์ออก จากนั้นจะรวมยาใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เพื่อส่งต่อไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจากการตรวจค้นพบเสื้อผ้าจำนวนมาก แต่ไม่พบยา ที่สำคัญเจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกของร้านซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่เจอที่จังหวัดปราจีนบุรี คาดว่าจะเป็นถุงที่บรรจุยานำไปส่งต่ออีกทอด
และคนที่ 2 จับกุมแพทย์หญิง บ. จับกุมได้ที่บ้านพัก ในซอยลาดพร้าว 71 ส่วนกลุ่มแม่ทีม 2 คน จับกุมได้ในพื้นที่ลพบุรี
และกลุ่มที่ 3 กลุ่มรับซื้อยาและจำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่นำหมายค้นและหมายจับ เข้าจับกุม สามี-ภรรยา 2 คน ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยพบว่าทั้งคู่เป็นอดีตทหาร และภรรยายังเป็นอดีตพยาบาล ที่โรงพยาบาลค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดอีกด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจับกุมอดีตเซลล์ขายยา ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจากการตรวจค้น พบเงินสดกว่า 11 ล้านบาท อีกทั้งยังได้ร่วมตรวจค้นร้านยาในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 10 ร้าน และในจังหวัดชลบุรี อีก 1 ร้าน ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นแหล่งรับซื้อยาจากกลุ่มผู้กระทำผิด
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ได้ปรากฏข่าวว่ามีขบวนการนำยาออกจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึกโดยทุจริต ซึ่งมีพฤติการณ์จัดหาเครือข่ายบุคคลจากจังหวัดลพบุรีเข้ามารับยาจากโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และนำยาทั้งหมดที่ได้ให้กับแม่ทีมเครือข่ายเพื่อแลกกับค่าจ้างร้อยละ 10 ของค่ายา ซึ่งแม่ทีมเครือข่ายจะได้ค่าจ้างรายหัวอีกรายละ 1,500 บาท
ซึ่งต่อมาสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเห็นว่ามีมูลการกระทำผิดจึงได้แจ้งให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาตรวจสอบ เป็นเหตุให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้ทำการร้องทุกข์ต่อ บก.ปปป. และมีการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้กระทำผิดทั้งหมด ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จนนำมาสู่การบูรณาการเข้าบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน