สนามข่าว 7 สี - ปฏิบัติการ "สยบนาคี ล้างบางเส้นทางยาเถื่อน" หรือที่คุ้นกับชื่อคดีทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ตอนนี้จบไปแล้ว 1 ขบวนการ มีผู้ต้องหา 12 คน ซึ่งแปลว่ายังมีซีซั่น 2 ต่ออีกแน่
ยืนยันชัดเจนว่าซีซั่น 1 ของคดีทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึกจบแล้ว จบในที่นี้หมายถึงได้ตัวผู้ต้องหาครบ 12 คน พร้อมของกลางเป็นลังที่ใช้บรรจุยา, เงินสดกว่า 10 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน, ถุงซิปล็อกใส่ยาที่มีการแกะฉลากชื่อออก, สมุดบัญชี, ถุงพลาสติกสีฟ้า และยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดหลายกล่อง
คดีนี้มีตัวการสำคัญ 5 คน คือ "พันเอกหญิง กัญญารัตน์" หรือ "จิ้งหรีด" เป็นผู้จัดหาผู้ป่วย เพื่อไปรับการรักษากับ "แพทย์หญิงบรินดา" ก่อนที่เครือข่ายจะนำ "ยา" ที่เบิกจ่ายใส่ถุงสีฟ้าไปส่งจุดนัดพบ จากนั้นส่งต่อไปที่ปราจีนบุรี
เพื่อให้ "สิบเอก สมปราช" เป็นผู้รวบรวม แล้วส่งกลับมาบรรจุหีบห่อใหม่ที่ห้างฯ ย่านรังสิต แล้วส่งให้ "สุรีย์" และ "สมพงษ์" เพื่อกระจายขายตามร้านขายยา 11 แห่งใน 4 จังหวัด
หลายคนสงสัยว่าคดีนี้ใครได้ประโยชน์อย่างไร และรัฐเสียประโยชน์อย่างไร ยกตัวอย่าง สมมติมีผู้ป่วย 1 คนถูกจ้างให้ไปเบิกยารักษาโรคเบาหวาน เม็ดละ 5-10 บาท แต่เมื่อไปขายในร้านขายยาจะขายได้ 20-30 บาท
ส่วนผลประโยชน์ของ "แพทย์หญิง บรินดา" แม้ไม่พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงขบวนการ แต่ได้ประโยชน์จากค่าบริการทางการแพทย์ของผู้ป่วยประจำกว่า 2,600 คน
คำนวณแล้ว "แพทย์หญิงบรินดา" จะได้ส่วนแบ่งมากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และยังพบข้อมูลการเบิกยาย้อนหลัง 5 ปีกว่า 3 ล้านเม็ด นับเป็น 1 ใน 3 ของการเบิกยาทั้งโรงพยาบาล
ขณะที่เภสัชกร เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการ อย. สรุปผลการตรวจค้นร้านขายยา 11 แห่ง พบมี 6 แห่งที่กระทำผิดชัดเจน และต้องขยายผลตรวจสอบต่อ
ก่อนการแถลงข่าว ทีมข่าวไปเจอ นางสาวพัชนีย์ พูนสุข หรือ "ก้อย" พลเมืองดีที่รวบรวมข้อมูลการกระทำผิดมานานกว่า 1 ปี 9 เดือน 24 วัน กำลังนั่งรอการแถลงข่าว เพื่อที่จะเข้าไปขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่ทลายขบวนการทุจริตยา
เธอพูดด้วยความตื้นตันใจ ไม่คิดว่าจะทลายขบวนการนี้ได้จริง ๆ ตอนนี้เธอรู้สึกโล่งใจที่ได้ยกภูเขาลูกนี้ออกไปจากชีวิตเสียที
คดีนี้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 12 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วน "ซีซั่น 2" มีแน่ เพราะยังมีตัวการสำคัญที่เกี่ยวข้อง และอย่างที่บอกว่านี่จบไปแค่ "ลพบุรี" จังหวัดเดียว ยังมีจังหวัดอื่น ๆ อีก