นายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 เม.ย. 68 เวลาประมาณ 15.00 น. ทาง สรส.และ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) เตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งจะมีการขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ที่จะทยอยจัดประชุมระหว่างวันที่ 31 มี.ค. - 11 เม.ย. 68 โดยเห็นว่า รายชื่อของกรรมการบางส่วนอาจไม่เป็นไปตามกฏหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีคุณสมบัติ ประวัติ ภูมิหลังการทำงานไม่เหมาะสม บางรายพ้นตำแหน่งฝ่ายบริหารไม่ครบกำหนดเวลา บางรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับบริษัทด้านพลังงาน อันอาจขัดกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ กลุ่ม ปตท. และอาจมีปัญหาในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ดังจะเห็นว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท ปตท.สผ. ผลการเลือกตั้งบอร์ดก็เป็นไปตามโผที่มีการจัดเตรียมเอาไว้

ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. กล่าวว่า ปัจจุบันแม้ภาครัฐจะออกมาตรการแก้ปัญหาภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของประชาชน แต่ก็เป็นเพียงการบรรเทา หรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่มีความยั่งยืน เนื่องจากที่ผ่านมานโยบายพลังงานเอื้อต่อกลุ่มทุน และสร้างภาระให้กับประชาชน เป้าหมายการจัดตั้งบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) คือ ต้องการให้เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ เป็นรัฐวิสาหกิจ ที่สร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการรุกคืบของกลุ่มทุนพลังงานที่จะเข้ามาครอบงำผ่านการแต่งตั้งกรรมการของบริษัทแม่และบริษัทในเครือ ปตท. รวมถึงการรุกคืบเข้าไปควบคุมองค์กรระดับนโยบาย อย่างเช่น คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อันอาจส่งผลต่อการกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานที่จะสร้างภาระให้ประชาชน แต่เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนเอกชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ ที่สูงขึ้นเป็นต้น

“หากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาโครงสร้างราคาพลังงาน ต้องมองปัญหาตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ วันนี้กลุ่มทุนพลังงาน พยายามรักษาสถานะการผูกขาด ด้วยการรุกคืบที่จะเข้าไปควบคุมองค์กรทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติ รัฐบาลต้องรู้เท่าทันและหาทางแก้ไขป้องกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน” นายสาวิทย์ กล่าวย้ำ