หนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจ วัย 48 ปี เจอโจ๋หัวเกรียน ปาดหน้าหาเรื่อง หลังไม่พอใจที่ไม่ยอมหลบทางให้ ก่อนลงจากรถมาหาเรื่อง แต่สู้ไม่ได้ เลยเล่นทีเผลอ
เมื่อเวลา 19.00 น. วานนี้ (31 มี.ค. 68) ที่สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายสันติ อายุ 48 ปี เจ้าของธุรกิจค้าผ้าและสิ่งทอ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังถูกชายหัวเกรียนทำร้ายร่างกาย เนื่องจากไม่พอใจที่ตนไม่ยอมขับรถหลบเขา ก่อนขับรถปาดหน้าลงมาด่าทอและทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ และยังมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกาข้อมือหลุดหายไป เหตุเกิดบนถนนรัตนาธิเบศร์ ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนกาญนาภิเษก ใกล้กับเซ็นทรัล เวสต์เกต
หลังรับแจ้งความทางพนักงานสอบสวนได้ให้นายสันติ พาไปดูตรงจุดที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนรัตนาธิเบศร์ เพื่อค้นหานาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ Garmin มูลค่าประมาณ 36,000 บาท ที่คาดว่าน่าจะตกหล่นหลังมีเรื่องชกต่อยทำร้ายกัน หลังใช้เวลาค้นหานานกว่าครึ่งชม.ไม่พบสิ่งของดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนพร้อมนายสันติ ได้เดินทางกลับที่ สภ.บางใหญ่ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และให้นายสันติ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล
จากการตรวจสอบร่างกาย แพทย์แจ้งว่าเบ้าตาข้างขวาแตก มีอาการแก้วตาเป็นรอย อาจจะต้องศัลยกรรมพลาสติก ต้องรอการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
นายสันติ ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนได้เดินทางมาจากย่านพระราม 2 เพื่อมาพบลูกค้าแถวบางใหญ่ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ขณะขับรถอยู่บนถนน ได้มีรถเก๋งสีขาวขับตามมาแล้วบีบแตรไล่เพื่อให้รถตนหลบ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวรถบนถนนเยอะมาก ตนไม่สามารถขับหลบให้ได้ จากนั้น ก็มีโทรศัพท์เข้ามาตนจึงจอดข้างทางเพื่อคุยโทรศัพท์ สังเกตเห็นรถเก๋งสีขาวขับแซงขึ้นไปแล้วปาดจอดขวางหน้า
จากนั้น คนขับรถเก๋งสีขาวเป็นชายวัยรุ่น ตัดผมเกรียน เดินลงมาจากรถปรี่มาที่รถตน ตนเห็นท่าไม่ดีก็เลยใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปไว้ เมื่อเขามาถึงรถก็ส่งเสียงตะโกนด่าทอพร้อมเรียกให้ตนลงจากรถ ตนไม่ได้คิดอะไรก็เลยเปิดประตูรถลงไป จากนั้นก็มีการโต้เถียงกันแล้วเขาก็ใช้มือมาบีบคอ เกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงจนล้มลงไปที่พื้น ตนเห็นว่าเขาสู้ไม่ได้ก็เลยบอกว่าพอ ซึ่งตนคิดว่าเขาคงจะหยุดแล้ว แต่จังหวะที่ตนเผลอ เขาก็ชกมาที่ใบหน้าจนตนเซจะล้ม ก่อนที่จะกอดปล้ำกันจนล้มลงที่พื้นอีกครั้ง ตนไม่ได้ทำอะไรเขา เพราะไม่อยากมีเรื่อง อีกอย่างเขาสู้ตนไม่ได้เพราะตัวเขาเล็กกว่า ก่อนที่จะแยกย้ายกัน
หลังแยกย้าย ตนมารู้ทีหลังว่านาฬิกาที่ข้อมือหลุดหายไปเหลือแต่สาย ตนไม่รู้ว่าเขาเอาไปหรือเปล่า จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ
นายสันติ กล่าวอีกว่า อยากฝากบอกถึงคู่กรณีใช้รถใช้ถนนให้ใจเย็นลงหน่อย ต้องมีน้ำใจต่อกัน ถ้าคุณใจร้อนก็จะเกิดปัญหากันและมีเรื่องมีราวเกิดขึ้น สุดท้ายโชคร้ายอาจเกิดการสูญเสียได้
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามชายหัวเกรียนมาดำเนินคดีต่อไป