ชาวนาสุดช้ำ ข้าวเปลือกนาปรัง กก.ละ 7 บาท

ชาวนาสุดช้ำ ข้าวเปลือกนาปรัง กก.ละ 7 บาท

View icon 228
วันที่ 30 เม.ย. 2568 | 11.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชาวนากาฬสินธุ์สุดช้ำ ราคาขายข้าวเปลือกนาปรังชะลอตัว เหลือ กก.ละ 7 บาท แทบไม่คุ้มทุน วอนพาณิชย์ฯ คุมราคาปุ๋ยสาเหตุต้นทุนการผลิตสูง

วันนี้ (30 เม.ย.68) ข้าวนาปรัง ใน อ.ยางตลาด และอ.เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นต้นน้ำและได้รับน้ำจากคลองชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว (เขื่อนลำปาว) ชาวนากำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากรวงข้าวได้อายุเก็บเกี่ยว และต้องเร่งเก็บเกี่ยวก่อนที่จะมีฝนตกลงมา อาจทำให้รวงข้าวหัก เมล็ดร่วงหล่นเสียหาย โดยมีค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ 600 บาท

นายประเทือง ภูนาชัย อายุ 65 ปี ชาวนาบ้านเชียงงาม ต.บัวบาน กล่าวว่า ราคาขายข้าวเปลือกนาปรังปี 67 ที่ผ่านมาค่อนข้างดี ขายได้ราคาตันละ 7,500-8,000 บาท ขณะที่เริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีนี้เริ่มต้นที่ตันละ 6,000-7,000 บาท เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่มีมาตรการประกันราคาจากรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ ต่างจากข้าวนาปีที่ได้รับเงินชดเชยหรือเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งค่ารถไถ ค่าเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ราคาสูงขึ้นกระสอบละ 1,200 บาท รวมต้นทุนเฉลี่ยไร่ละ 2,000 บาท หากเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 400 กก. ต่อไร่ ข้าวเปลือกราคากิโลกรัมละ 7 บาท จะได้เงิน 2,800 บาท มีกำไร 800 บาท แต่หากผลผลิตต่ำกว่านั้น ที่ส่วนใหญ่ทำนาหว่าน ได้ผลผลิตต่ำเฉลี่ยไร่ละ 200-300 กิโลกรัม คำตอบคือขาดทุนแน่นอน

“ปัจจัยสำคัญของการทำนาคือปุ๋ยเคมี หากรัฐบาลหรือกระทรวงพาณิชย์ลงมาควบคุมราคา ไม่ปล่อยให้นายทุนฉวยโอกาสขึ้นราคา ชาวนาก็จะไม่ขาดทุน ชาวนาพยายามจะลดต้นทุน โดยใช้ปุ๋ยคอก ใช้สารปรับปรุงดิน แต่ต้นข้าวเจริญเติบโตช้า ออกรวงไม่ดี จึงต้องลดพื้นที่ทำนาปรัง แบ่งเนื้อที่แปลงนาไปปลูกข้าวโพด ผักพาย ถั่วลิสง เป็นอาชีพเสริม”  นายประเทืองกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากมีการควบคุมราคาปุ๋ยเคมีลง เป็นกระสอบละ 600-700 บาทเหมือนหลายปีที่ผ่านมา และปรับราคารับซื้อข้าวเปลือกนาปรัง จากตันละ 7,000 บาท อย่างน้อยตันละ 8,000-9,000 บาท ชาวนามีกำไรพออยู่ได้ มีเงินเหลือไปใช้หนี้ ธกส. แต่ทุกวันนี้ทุนหายกำไรหด ขายข้าวนาปรังแทบไม่เหลือเงินไปจ่ายหนี้ค่าปุ๋ยเคมี  ส่วนคนที่ได้กำไรบ้าง ก็พอไปใช้ดอกเบี้ย ธกส. เท่านั้น ไม่พอจ่ายเงินต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง