สนามข่าว 7 สี - เจ้าของอู่จ่อยิงหลานเขยและหลานสาวหมดแม็ก เสียชีวิตทั้งคู่ อ้างสางแค้น 10 ปี ที่เคยตบหน้า ด่าบุพการี
กล้องวงจรปิดในซอยตัน ตรงข้ามกับซอย 5 ถนนศุภสารรังสรรค์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บันทึกภาพขณะ นายพงษ์ศักดิ์ อายุ 36 ปี ขับรถกลับมาจากส่งลูกค้าและมาจอดหน้าบ้าน ถูก นายบุญหนัก น้าเขย อายุ 63 ปี ที่ยืนรออยู่เดินไปใช้อาวุธปืน 9 มม. กระหน่ำยิง 4-5 นัด จากนั้นน้าเขยถือปืนเดินเข้าไปในบ้าน กระหน่ำยิง น.ส.กิตติยา อายุ 33 ปี ภรรยาของนายพงษ์ศักดิ์ 4-5 นัด เมื่อได้ยินเสียงปืน นายสุระชา พ่อของ น.ส.กิตติยา ที่กำลังขายขนมอยู่หน้าปากซอยกับภรรยา รีบวิ่งมาช่วยลูกสาว ทั้งคู่เกิดยื้อแย่งปืนและชกต่อยกันขึ้น นายบุญหนัก พยายามจะยิง นายสุระชา แต่กระสุนหมด จึงใช้ปืนตีศีรษะ นายสุระชา จนแตกเลือดไหลอาบหน้า
หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 2 คน คือ นายสุรพงษ์ และ น.ส.กิตติยา ถูกยิงลำตัวทั้งคู่ ขณะที่ นายสุระชา ผู้บาดเจ็บ ถูกส่งตัวไปรักษาพยาบาล
ส่วน นายบุญหนัก ไม่ได้หลบหนี ถูกภรรยาลากตัวมานั่งรอตำรวจที่หน้าอู่ สอบสวนเบื้องต้น ทั้ง 2 ฝ่าย แทบจะตัดญาติไม่คุยกันมานาน 10 ปี เพราะเรื่องจอดรถ กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด นายพงษ์ศักดิ์ และ น.ส.กิตติยา ชอบพูดจาถากถางด่าถึงบุพการี หนักสุด คือ นายบุญหนัก เคยถูก นายพงษ์ศักดิ์ ตบหน้า
จนฟางเส้นสุดท้ายขาดเมื่อวาน นายบุญหนัก ขับรถจากบ้านพักที่ อำเภอนาหม่อม มาเปิดอู่ซ่อมรถตามปกติ แต่มาเจอรถเก๋งสีขาวของ น.ส.กิตติยา จอดชิดติดอู่ ทำให้ถอยรถเก๋งของลูกค้าเข้าอู่ไม่ได้ จึงบอกให้เลื่อนรถ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมและยังชักสีหน้าใส่ พูดท้าทาย ตนเองเลยบอก "เดี๋ยวเจอกัน จะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่" จากนั้นถือปืนรอ นายพงษ์ศักดิ์ กลับมา โดยตั้งใจจะยิงให้ตายทั้งครอบครัว เพราะกลัวภรรยาอยู่คนเดียวจะลำบาก แต่กระสุนหมดก่อน
นายพงษ์ศักดิ์ ผู้เสียชีวิต พื้นเพไม่ใช่ชาวสงขลา แต่เป็นชาวอุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวไปพบครอบครัวของผู้เสียชีวิต ที่บ้านหนองซองแมว ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ ทราบว่า ครอบครัวเพิ่งรู้ข่าวการเสียชีวิตของ นายพงษ์ศักดิ์ ทุกคนอยู่ในอาการช็อก โดยเฉพาะ นายสมศักดิ์ พ่อของผู้เสียชีวิต
พ่อของผู้เสียชีวิต บอกว่า ลูกชายไปทำงานกรุงเทพฯ หลายปี ก่อนพบรักกับลูกสะใภ้ และพากันไปสร้างครอบครัว เปิดร้านขายขนมไทยที่สงขลาประมาณ 7-8 ปี ลูกไม่เคยเล่าว่ามีปัญหากับใคร รู้แค่พ่อตาแม่ยายรักและเอ็นดูมาก ส่วนผู้ก่อเหตุ ลูกไม่เคยพูดถึงเลย ไม่รู้จะพูดอะไรถึงผู้ก่อเหตุ เพราะลูกเสียชีวิตไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ตนเองได้เจอลูกล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย