วิกฤต! สภ.รัตนาธิเบศร์ กำลังพลขาด ทำป่วยซึมเศร้า ถึงขั้นอยากจบชีวิต

วิกฤต! สภ.รัตนาธิเบศร์ กำลังพลขาด ทำป่วยซึมเศร้า ถึงขั้นอยากจบชีวิต

View icon 792
วันที่ 1 พ.ค. 2568 | 13.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วิกฤต! สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี กำลังพลขาด งานล้นทำพนักงานสอบสวนป่วยซึมเศร้า ถึงขั้นอยากจบชีวิต จนแพทย์แนะนำให้ลาออก

จากกรณี สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ประสบปัญหาในการทำงาน หลังพบว่าปริมาณงานกับกำลังพลที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกัน จนทำให้งานสอบสวนของโรงพักล้นเกินกำลังของพนักงานสอบสวน กลายเป็นความเครียดสะสมก่อนป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันหลายนาย บางรายถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย จนสำนักงานตำรวจมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง นั้น

โดยวันนี้ (1 พ.ค. 68) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหนึ่งในพนักงานสอบสวนที่มีอาการป่วยซึมเศร้า นอนไม่หลับ อยากทำร้ายตัวเอง กินไม่ได้ โดยแพทย์จากกลุ่มงานจิตเวช สถาบันประสาทวิทยา โรงพยาบาลตำรวจประเมินว่า มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีอาการโรคจิต ซึ่งพนักงานสอบสวนนายนี้ มีอายุเพียง 28 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า มีพนักงานสอบสวน อีก 3 นาย มีอาการป่วยเช่นเดียวกัน แม้กระทั่งหัวหน้างานสอบสวนและตัวผู้กำกับสถานีเอง ก็มีภาวะเครียดจากสถานการณ์นี้

68131349976af0.15555551.jpg

จากการสอบถาม พนักงานสอบสวนนายนี้ เผยว่า ตนเริ่มทำงานในตำแหน่งนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 68 งานสอบสวนตนพอทำได้ จากการที่ตนมีอาการป่วยซึมเศร้ามาก่อน ทำให้งานสอบสวนดูยากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเย็นที่รับคดีแล้วมีอาการดิ่งลง จนไม่อยากมีชีวิตอยู่  หลังมีอาการ ตนได้ปรึกษาหัวหน้างานว่าตนมีอาการป่วย หัวหน้างานได้เข้ามามาช่วยในเรื่องทำคดี และตนสามารถเข้าไปปรึกษาในส่วนงานที่ติดขัดได้

วันนี้แพทย์นัดตรวจ เนื่องจากแพทย์แจ้งว่าตนมีอาการแย่ลง มีทั้งความเครียดรวมกับซึมเศร้า พอมาเจองานสอบสวนที่มีความเครียดเลยทำให้อาการแย่ลง ถ้ามีพนักงานสอบสวนมาช่วยอาการป่วยอาจดีขึ้น ซึ่งแพทย์แนะนำให้ตนลาออก ตนอยากได้คนมาช่วยทำงานที่สถานีตำรวจมากขึ้น เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำงานได้ดีขึ้น เพราะปัญหาตอนนี้ปริมาณงานมีมาก แต่พนักงานสอบสวนมีไม่เพียงพอ

ด้าน พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมทั้งโรงพัก กำลังพลขาดไปประมาณครึ่งหนึ่งจากอัตราที่อนุญาต โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนขาดมากที่สุด จนถึงขั้นวิกฤต ซึ่งสภ.รัตนาธิเบศร์ ต้องมีพนักงานสอบสวน 29 นาย แต่มีนายตำรวจที่เข้าเวรทำงานจริงเพียง 11 นาย มีพนักงานสอบสวนป่วย  4 นาย หลังจากเห็นว่าพนักงานสอบสวนป่วย มี 1 นาย ที่มีอาการรุนแรง พอพนักงานสอบสวนป่วย ประสิทธิภาพในการทำงานบริการประชาชนก็ทำได้ไม่ทั่วถึง

อาการที่ตนเห็นพนักงานสอบสวนป่วย เนื่องจากเห็นปริมาณคนมาแจ้งความเกินกว่า 100 คน พนักงงานสอบสวนบางคนเก็บตัวจนผิดปกติ ตนจึงได้ติดต่อจิตแพทย์มาตรวจ ซึ่งตนเห็นลูกน้องที่ทำงานอยู่ หลังจากประชาชนมาแจ้งความ บางช่วงตนจะเห็นพนักงานสอบสวนเอาหัวเข้าหากำแพง มีอาการเครียดมาจนตนเป็นห่วง

6813134a13f094.33250867.jpg

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ตามอัตรากำลังพนักงานสอบสวนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ พนักงานสอบสวน 1 นาย รับคดีได้ 70 สำนวนต่อคนต่อปี ปัจจุบันที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เฉลี่ยพนักงานสอบสวนรับคดีประมาณ 200 กว่าต่อคนต่อปี ไม่รวมคดีออนไลน์ ซึ่งถ้ารวมคดีออนไลน์ ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ถือว่าเป็นอันดับ 5 ของประเทศ รับประมาณเกือบ 4,000 คดีต่อปี คิดเป็นต่อพนักงานสอบสวนประมาณ 500 คดีต่อคนต่อปี

ที่นี่มีปัญหามาตลอด ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งที่นี่ ตนได้ส่งเรื่องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อหาทางแก้ปัญหาขอกำลังสนับสนุน  ตนเองก็เครียด ลูกน้องก็เครียด เพราะเวลาเกิดปัญหา ตนก็ต้องรับผิดชอบตามลูกน้อง  ตามอัตรากำลังพลทั้งสถานีต้องมี 223 นาย ปัจจุบันมี 150 นาย ส่วนที่ไม่มีการบรรจุมาให้ เป็นอัตราว่าง เป็นปัญหาหลักที่อัตรากำลังพลไม่เหมาะสมตามที่เปิดไว้

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ตนรับตำแหน่งที่นี่ พบปัญหาเรื่องพนักงานสอบสวนไม่เพียงพอ และได้ทำรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้วเพื่อขอเพิ่ม ซึ่งปัจจุบัน ลูกน้องมีอาการป่วยแย่ลง ตนก็เครียดไม่สามารถบริการประชาชนได้ ทำให้เกิดปัญหาในด้านอื่น ๆ ตามมา ประชาชนไม่พึงพอใจ คดีล่าช้า ตำรวจถูกร้องเรียนตามมา ตนก็ไม่สบายใจ อยากทำงานให้มีประสิทธิภาพ บริการประชาชนให้ดีที่สุด ตอนนี้ตำรวจเองสุขภาพแย่ ตึงเครียด เจ็บป่วย จนถึงมีภาวะฆ่าตัวตาย ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มาติดต่อราชการ ตนเองก็มีอาการเครียด แต่ก็ต้องสู้เพื่อลูกน้อง และดูแลประชาชน ซึ่งตนเองไม่กล้าตรวจสุขภาพจิต กลัวเป็นโรคประสาท

การแก้ปัญหาเรื่องกำลังพลเพื่อช่วยพนักงานสอบสวนแบบเร่งด่วน ต้องสำรวจกำลังพลในภาพรวมทั้งหมด ทั้งระดับโรงพัก ระดับจังหวัด ระดับภาค ดูว่ามีกำลังพลที่ยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ต้องนำมาปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด แล้วใช้วิธีเกลี่ยกำลังพลไปตามปริมาณงาน เป็นการแก้เฉพาะหน้า ส่วนการแก้ไขจริง ๆ นั้น ต้องรับพนักงานสอบสวนให้ครบตามจำนวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติกรอบตำแหน่งไว้ จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ได้มีการวิจัยไว้ การบรรจุแต่งตั้งต้องรับพนักงานสอบสวนเข้ามาเต็มอัตรา ดูแล ขวัญกำลังใจ และสวัสดิการในการทำงานให้มากกว่านี้เพื่อเป็นแรงจูงใจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาประชาชนจะเกิดประโยชน์สูงสุด

681313490f1462.19514775.jpg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง