สสจ.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเด็นดรามาให้เลือดผิดกรุ๊ปเหยื่อพระราม 2 ด้าน ผวจ.ตรวจติดตามการซ่อมแซมสะพานมรณะ สั่งตรวจสอบทุกสะพานหวั่นเกิดเหตุซ้ำซ้อน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.ของวันที่ 29 เมษายน 2568 นายอำนาจ อายุ 46 ปี ถูกเศษก้อนปูนซึ่งเกิดจากการกระเทาะของสะพานต่างระดับตัวเก่าที่เชื่อมจากกระทุ่มแบน มายังฝั่งเข้าตัวเมืองมหาชัย หล่นใส่กระจกด้านหน้าของรถกระบะ ขณะกำลังขับอยู่บนช่องทางหลัก (ช่องทางด่วน) ถนนพระราม 2 ขาออกกรุงเทพฯ ตรง กม.ที่ 27+500 อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตตามที่เป็นข่าวนั้น
เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบประเด็นดราม่า การให้เลือดผิดกรุ๊ปของโรงพยาบาลแรกรับผู้บาดเจ็บ จนอาจจะนำไปสู่การเป็นสาเหตุร่วมที่ทำให้การรักษายากขึ้นจนนายอำนาจ ถึงแก่ความตายนอกเหนือจากการบาดเจ็บที่เกิดจากตับฉีก และเลือดออกในช่องท้องนั้น ทางด้านของนายแพทย์ประกิจ สาระเทพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ก็บอกว่า ตอนนี้ตนพร้อมด้วยคณะทำงานได้เข้าไปตรวจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลดังกล่าวแล้ว โดยต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พรบ.สถานพยาบาล ซึ่งก็มีการตรวจสอบในด้านของการให้บริการ การรักษา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ก็ขอเวลาในการรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงสักระยะหนึ่ง และจะให้ข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป
ขณะที่เวลาประมาณ 09.30 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมนตรี วงศ์วิวัฒน์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และ นายปราชญ์พงศ์ เมฆนิติกุล หมวดทางหลวงเศรษฐกิจ ก็ได้ลงพื้นที่ไปดูจุดที่เกิดการกระเทาะของพื้นปูนสะพานต่างระดับกระทุ่มแบน – มหาชัย ซึ่งพาดผ่านถนนพระราม 2 จนเป็นเหตุให้มีเศษก้อนปูนจากใต้พื้นผิวของสะพานตกลงไปกระแทกกับรถยนต์กระบะของนายอำนาจ ผู้เสียชีวิต โดยจุดที่เกิดการกะเทาะหรือสึกกร่อนนั้น เป็นช่วงทางโค้งก่อนลงสะพานต่างระดับ ส่วนสาเหตุที่ทำให้พื้นถนนเกิดการกะเทาะได้นั้น ก็มาจากหลายปัจจัย อาทิเช่น สภาพของสะพานที่ก่อสร้างมานานเกือบ 40 ปี ผนวกกับ ปริมาณรถที่มีเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว สินค้าหรือวัตถุดิบที่รถแต่ละคันบรรทุก และ แรงสั่นสะเทือน เป็นต้น
โดยทั้งนี้หลังเกิดเหตุที่น่าเศร้าสลด ทางฝ่ายงานซ่อมสร้างสะพาน ก็ได้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมจุดดังกล่าวแล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในระดับหนึ่ง จากนี้ทางศูนย์สร้างและบูรณะสะพานฯ กรมทางหลวง โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดที่มีคุณภาพสูง จะเข้ามาดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และตรวจวัดความมั่นคงแข็งแรงของสภาพพื้นผิวสะพานต่างระดับแห่งนี้ ตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่สั่งทบทวนระบบการบริหารงานบำรุงรักษาสะพาน โดยมอบให้ทางหลวงฯ เข้าเช็กสะพาน 17,500 แห่ง ต้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัย – บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของสะพานบนถนนพระราม 2 (ทล.35) มีทั้งหมด 209 แห่ง ก็ได้สั่งการให้ตรวจสอบทั้งหมดเช่นกัน หากพบว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะต้องซ่อมแซมทันทีเพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงขึ้นอีกเด็ดขาด ตลอดจนยังเป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสำรวจความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของสะพานทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย
นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า วันนี้ผมได้ร่วมกับแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และ หมวดการทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสะพานต่างระดับข้ามแยกพระราม 2 (แห่งนี้) โดยภายหลังจากที่กรมทางหลวงได้รับทราบปัญหาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบพร้อมกับซ่อมแซมแก้ไขตรงจุดที่เกิดการกระเทาะหลุดร่อนของพื้นปูนใต้สะพานจนตกใส่ยานพาหนะด้านล่างแล้ว หลังจากนี้ทางสำนักฯ ที่เกี่ยวข้องก็จะเข้ามาทำการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อนำไปสู่การซ่อมแซมอย่างถาวร
ขณะที่ในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร โดยคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้ขอความร่วมมือจากแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และหมวดการทางในสังกัดของแขวงทางหลวงฯ เร่งตรวจสอบสะพานทุกแห่ง ทั้งสะพานต่างระดับ สะพานกลับรถ และสะพานลอยคนข้าม ที่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว ต้องเร่งทำการสำรวจตรวจสอบให้ครบทุกสะพาน และต้องละเอียดที่สุด หากพบว่ามีความเสี่ยงหรือมีจุดที่ชำรุดอาจจะเกิดอันตรายได้นั้น ก็ต้องทำการปรับปรุงซ่อมแซมทันที โดยล่าสุดก็ได้รับรายงานว่า ทางแขวงทางหลวงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการแล้ว และจะมีการรายงานผลให้ทราบต่อไป