บิ๊กก้อง ยัน ค้านประกัน เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ในชั้นสอบสวน ส่วนการยื่นประกันในชั้นศาลเป็นสิทธิของผู้ต้องหา

บิ๊กก้อง ยัน ค้านประกัน เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ในชั้นสอบสวน ส่วนการยื่นประกันในชั้นศาลเป็นสิทธิของผู้ต้องหา

View icon 469
วันที่ 15 พ.ค. 2568 | 16.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บิ๊กก้อง ยัน ค้านประกัน เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ในชั้นสอบสวน ส่วนการยื่นประกันในชั้นศาลเป็นสิทธิของผู้ต้องหา สิ่งสำคัญที่สุดของคดีนี้คือ "เส้นทางการเงิน" ที่ออกจากบัญชีวัด ออกจากบัญชีผู้ต้องหา อย่างผิดปกติ

15 พฤษภาคน 2568 เวลา 16.00 น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยถึงความคืบหน้ากรณีที่ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม พร้อมด้วยทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวก่อนถูกออกหมายจับข้อหา ยักยอกเงินวัด กว่า 300 ล้านบาท โดยระบุว่า เคสนี้รับเรื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ได้ทำการสืบสวนมาระยะหนึ่ง และตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆ จึงพบความผิดปกติ เนื่องจากตำรวจเห็นว่า มีการนำเงินของวัดออกไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ของวัด สิ่งสำคัญที่สุดของคดีนี้คือ "เส้นทางการเงิน" ที่ออกจากบัญชีวัด ออกจากบัญชีผู้ต้องหา (เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ) อย่างผิดปกติ และเส้นเงินนั้นไปเชื่อมโยงกับเว็บไซต์การพนัน และเงินหมุนเวียนในบัญชีนั้น มีทั้งบัญชีของวัด บัญชีของเจ้าอาวาส และมีบัญชีคนนอกด้วย

เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสยังไม่ขอให้การใด ๆ แต่ยังไม่จบสิ้นกระบวนการสอบสวน ทั้งนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติม คือ นางสาวอรัญญาวรรณ โดยคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตำรวจกองบังคับการปราบปราม สามารถเข้าจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อหรือการรักษาทรัพย์ แต่กลับเบียดบังหรือทุจริตทรัพย์นั้นมาเป็นของตน , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต“ ขณะนี้อยู่ระหว่างนำตัวเข้ามาสอบปากคำที่บก.ปปป.

ขณะที่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ข้อมูลที่ทางเราได้มาเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเดิมทีปฏิบัติการจะเริ่มต้นพรุ่งนี้ แต่ผู้ต้องหารู้ตัวก่อนจึงชิงเข้ามอบตัวก่อนปฏิบัติการเพียงหนึ่งวัน ยืนยันว่าไม่ใช่แผนแตก ซึ่งตำรวจมีพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดี ส่วนขั้นตอนการลาสิกขานั้น ทางตำรวจไม่ได้มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและจะประสานมหาเถรสมาคม เข้ามาพิจารณาในเรื่องนี้