เลขาฯ ป.ป.ช.ยืนยันมติที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช. ยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” คดีหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ ขอตรวจสอบเป็นสำนวนเดียวกับที่ศาล รธน. เคยวินิจฉัยหรือไม่
จากกรณีกระแสข่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ใช้นอมินีถือครองหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
วันนี้ (13 มี.ค. 69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ ว่า เรื่องนี้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เมื่อเดือนกันยายน 2568 มีมติ ยกคำร้อง โดยขณะนั้นตนยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบรายละเอียด ว่าเป็นสำนวนเดียวกัน หรือเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค.67 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 1 วินิจฉัยว่า จากข้อพิรุธหลายประการ ประกอบพฤติการณ์แวดล้อม รับฟังได้ว่า นายศักดิ์สยาม และนายศุภวัฒน์ เกษมสุข (ผู้ถือหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ) ตกลงนำเงินของนายศักดิ์สยาม ทำธุรกรรมต่าง ๆ ในนามนายศุภวัฒน์ โดยขั้นตอนสุดท้ายนำเงินนั้นซื้อกองทุนต่าง ๆ ในชื่อนายศุภวัฒน์ แล้วขายกองทุนดังกล่าว ชำระค่าหุ้นแก่นายศักดิ์สยาม เงิน 119.5 ล้านบาท จึงยังเป็นของนายศักดิ์สยาม และยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
โดยมีนายศุภวัฒน์ ครอบครองหุ้นของ หจก.บุรีเจริญ และดูแลแทนนายศักดิ์สยามมาโดยตลอด อันเป็นการถือหุ้นของรัฐมนตรีอยู่ในความครอบครอง หรือดูแลของบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยทางใดๆ เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้าม ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัว