ทนายรณณรงค์ ขออธิบาย ทำไม ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิด 1 หมื่นล้าน แม้ไม่ได้เป็นผู้ทุจริตโดยตรงไม่ลงมือโกง แต่รู้แล้วไม่หยุด ความประมาทในหน้าที่ระดับสูงสุดจึงเข้าข่ายความรับผิดทางละเมิด อำนาจต้องมาคู่กับความรับผิด ไม่ใช่แค่สิทธิในการสั่ง
หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้อดีตนายกฯ ปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ความเสียหายในคดีทุจริตโครงการระบายข้าว หรือ จีทูจี จำนวน 10,028 ล้านบาท จนเกิดกระแสที่เป็นข้อถกเถียงมากมาย
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เป็นคนหนึ่งที่ออกมาให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่าในฐานะทนาย ขออธิบายให้เข้าใจว่า ทำไม อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึงต้องรับผิดชอบเป็นเงิน 10,028,861,880.83 บาท แม้ศาลจะยืนยันว่า “ไม่ได้เป็นผู้ทุจริตโดยตรง”
1.ไม่ได้โกงเอง แต่ปล่อยให้คนอื่นโกง ศาลปกครองสูงสุดชี้ว่า ในช่วงที่ดำเนินโครงการรับจำนำข้าว มีการทุจริตเกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในขั้นตอน “ขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” (G to G) หน่วยงานตรวจสอบ เช่น สตง. และ ป.ป.ช. ส่งหนังสือเตือนว่าเกิดความเสียหายแต่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ กลับเพิกเฉย
2. หน้าที่โดยตำแหน่ง คือ ต้องหยุดความเสียหาย “ยิ่งลักษณ์” มีอำนาจตามกฎหมายที่จะตรวจสอบ ติดตาม หรือสั่งหยุดโครงการได้ แต่กลับไม่ดำเนินการแม้จะมีข้อมูลว่าเกิดความเสียหาย ปล่อยให้โครงการเดินหน้าท่ามกลางความเสี่ยงและความเสียหายที่ทวีขึ้นเรื่อย ๆ
3. ศาลชี้ว่าเป็น “ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” การนิ่งเฉยทั้งที่รู้ว่าเกิดปัญหา ถือเป็น ความประมาทในหน้าที่ระดับสูงสุดจึงเข้าข่ายความรับผิดทางละเมิดตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 และ 10 แม้จะไม่โกงเอง แต่ถ้าปล่อยให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องชดใช้
4. ความเสียหายเกิดในสัญญา G to G มูลค่า 20,057 ล้านบาท ศาลระบุว่า “ยิ่งลักษณ์” ควรรับผิดเพียง 50% ของยอดเสียหายนี้ เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดจากยิ่งลักษณ์คนเดียว จึงคำนวณออกมาเป็นเงินที่เธอต้องชดใช้ = 10,028 ล้านบาท
ทนายรณรงค์ ทิ้งท้ายด้วยสรุปที่พอทำให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “ถ้าไม่ลงมือโกง แต่รู้แล้วไม่หยุด = ละเลยหน้าที่ = ต้องจ่าย” นี่คือบทเรียนทางกฎหมายสำหรับผู้นำทุกระดับ ว่า อำนาจต้องมาคู่กับความรับผิด ไม่ใช่แค่สิทธิในการสั่งการ