ไม่อยากกลับค่าย! ทหารเกณฑ์คลั่งยาบ่า ฟันหัวหลานเลือดอาบ ก่อนจี้คอตัวเอง ตร.ตรึงพื้นที่ 6 ชม.จนสิ้นฤทธิ์

ไม่อยากกลับค่าย! ทหารเกณฑ์คลั่งยาบ่า ฟันหัวหลานเลือดอาบ ก่อนจี้คอตัวเอง ตร.ตรึงพื้นที่ 6 ชม.จนสิ้นฤทธิ์

View icon 492
วันที่ 25 พ.ค. 2568 | 14.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทหารเกณฑ์เสพยาบ้า! แม่จี้ให้กลับค่ายเลยมาหลายวัน เครียด คลั่ง คว้ามีดพร้าฟันหัวหลานชายอาการสาหัส ก่อนจี้คอตนเอง ตร.ตรึงพื้นที่ 6 ชม.จนสิ้นฤทธิ์

วันนี้ (25 พ.ค.68) ร.ต.อ.วสันต์ รักแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีชายถูกฟันด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ภู่จินดา ผกก.ฯ ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.โชคดี ยูเด็น สวป. พ.ต.ท.สุชาติ ทองนวน สว.สส. นายพัชรเดช เย็นทั่ว หรือใหญ่ขวด ผญบ.หมู่ 5 กำลังชุดตำรวจชุดสืบสวน สายตำตรวจ ต.บ้านนา และฝ่ายปกครอง

ที่เกิดเหตุ ภายในบ้านพบรอยเลือดจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกระเบื้อง ส่วนผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อคือ นายอรรถพล  อายุ 24 ปี อาชีพกรีดยางพารา ซึ่งอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว ได้ถูกพลเมืองดีนำส่ง รพ.หาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และต่อมาได้ถูกนำตัวส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ตรัง เพื่อช่วยเหลือยื้อชีวิตเป็นการเร่งด่วน เพราะถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้าที่กลางศีรษะอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต ยังไม่พ้นขีดอันตราย

ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายเบส มีศักดิ์เป็นน้าของผู้บาดเจ็บและเป็นทหารเกณฑ์ ค่ายหนึ่ง ใน ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งอาศัยอยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุหลังเดียวกัน ก่อเหตุได้นำมีดพร้า ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุไปทิ้งในพงหญ้าข้างถนน เพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนจะขี่รถ จยย. หลบหนีออกไป

เจ้าหน้าที่จึงได้สืบทราบว่าผู้ก่อเหตุ ได้ขี่รถ จยย.ออกไปบอกญาติในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านนาโต๊ะเสี๊ยะ ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ว่าได้ก่อเหตุฟันนายอรรถพล ซึ่งเป็นหลาน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปปิดล้อมพื้นที่ พบผู้ก่อเหตุสวมเสื้อกีฬาสีขาวเปื้อนเลือด นั่งอยู่หน้าขนำ โดยได้ใช้มีดสปาต้า ขนาดความยาวประมาณ 10 นิ้วจี้คอตัวเองอยู่ อีกทั้งยังนั่งพูดเพ้ออยู่คนเดียว พร้อมกับสูบบุหรี่ในบางช่วง เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้าน จึงได้พยายามพูดเกลี่ยกล่อมให้ยอมออกมามอบตัว แต่ไม่เป็นผล ก่อนจะประสานขอกำลังตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษศรีตรัง (หน่วยสวาทศรีตรัง) พร้อมอาวุธครบมือเข้ามาร่วมในการจับกุมตัว ซึ่งจากการกดดันและเกลี่ยกล่อมเพื่อให้มอบตัวไม่เป็นผล

ผู้ก่อเหตุได้เดินออกมาและขึ้นไปใช้อาวุธมีดจี้คอตัวเองยืนอยู่บนท้ายรถกระบะของผู้ใหญ่บ้าน โดยมีพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ทันใดนั้น ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษศรีตรัง (หน่วยสวาทศรีตรัง) พร้อมอาวุธครบมือ ได้เปิดปฎิบัติการเพื่อเข้าจู่โจมจับกุมตัว ทำให้ผู้ก่อเหตุตกใจ จึงยอมส่งอาวุธมีดสปาต้าให้กับผู้ใหญ่บ้าน และถูกรวบตัวได้ในที่สุดโดยใช้ระยะเวลานานกว่า 6-7 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สภ.ปะเหลียน

เบื้องต้นได้นำตัวไปทำการตรวจปัสสาวะ พบเป็นฉี่ม่วง มีการเสพยาเสพติด จึงได้ทำการสอบปากคำ ในช่วงแรกผู้ก่อเหตุยังให้การวกวน เนื่องจากฤทธิ์ของยาเสพติด ต่อมาจึงได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

โดยผู้ก่อเหตุบอกเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดค่ายกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 (ค่ายมหาจักรีสิรินธร) ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา โดยอยู่ในช่วงขอลากลับมาบ้าน และล่วงเลยครบกำหนดวันลามาแล้ว 4 วัน และใกล้จะปลดประจำการแล้วในวันที่ 31 ต.ค.ที่จะถึงนี้ โดยเจ้าตัวตั้งใจว่าหลังจากปลดประจำการ จะไปเป็นทหารพรานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุนางน้อย ผู้เป็นแม่ได้มาพูดให้ผู้ก่อเหตุ กลับไปค่ายทหารได้แล้ว เนื่องจากล่วงเลยเวลามาแล้ว  ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ และบ่นน้อยใจหากกลับไปค่ายทหารต้องทำงานเหนื่อย จึงไม่อยากกลับ และมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดอย่างหนักจากพิษของยาบ้าที่เสพเข้าไป จึงได้ไปหยิบมีดพร้าด้ามสั้นเข้าไปฟันศีรษะของผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นหลานอย่างเต็มแรง ที่กำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน ซ้ำผู้ก่อเหตุได้ไปหยิบมีดสปาต้าเพื่อจะนำมาเชือดคอหลานที่กำลังนอนบาดเจ็บจากการถูกฟันแล้วซ้ำอีกครั้ง โดยได้ทำการจับหัวแล้ว แต่ผู้เป็นแม่ห้ามไว้ได้ทัน ก่อนจะวิ่งออกจากบ้าน และขี่รถ จยย.หลบหนีออกไปพร้อมอาวุธมีด และถูกจับกุมได้ในที่สุด  

จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุติดยาเสพติดโดยการเสพยาบ้า ก่อนหน้าจะไปประจำการเป็นทหารเกณฑ์ เคยถูกนำตัวไปบำบัดยาเสพติดเป็นระยะเวลา 15 วันมาก่อนแล้ว ก่อนจะมาก่อเหตุดังกล่าวนี้ขึ้น เบื้องต้นทาง พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่น , เสพยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) , พกพาอาวุธมีด ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร ก่อนจะนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง